|
หนูได้ติดตามอ่านหนังสือชีวจิตมาได้ประมาณ 7-8 เดือนแล้วค่ะ ชอบมากค่ะ
เพราะว่าอ่านแล้วได้สาระความรู้ดีมากค่ะ อยากกินอาหารแบบชีวจิตแต่ว่ายังทำไม่ได้เลยค่ะ
เพราะทำงานแล้วก็พักอยู่กับเจ้านาย ถ้าจะแยกทำอาหารกินคนเดียวก็กลัวเจ้านายเขาจะว่าเอาแล้วก็อีกอย่าง
ไม่ค่อยมีเวลาด้วยค่ะ แต่ก็พยายามลดจำพวกเนื้อลงนะคะ เนื้อวัวนี่ไม่ได้กินมาเป็น
9 ปีแล้วค่ะ เพราะว่าที่บ้านเจ้านายไม่กินเนื้อค่ะ ส่วนเนื้อหมู ไก่
ยังกินอยู่ แต่ว่าน้อยมากเลยค่ะ ที่หนูเขียนจดหมายมาหาอาจารย์วันนี้หนูอยากจะรบกวนเรื่องอาการป่วยของหนูค่ะ
ขอเริ่มเลยนะคะประมาณปลายเดือน พ.ย. หนูรู้สึกว่าหนูตัวเหลืองค่ะแล้วก็ฝ่ามือทั้งสองข้างนี้ไม่มีเลือดเลยค่ะ
หนูใจไม่ดีหนูก็เลยไปหาหมอที่โรงพยาบาลค่ะ พอไปถึงเข้าไปพบหมอแล้วคุณหมอก็ให้ไปเจาะเลือดค่ะ
ผลที่ออกมาคุณหมอบอกว่าหนูเป็นโรคโลหิตจาง คุณหมอก็จัดยาให้มากินค่ะ
เป็นยาบำรุงเลือดและยาวิตามิน ยาบำรุงเลือดนี้กินแล้วอุจจาระจะเป็นสีดำค่ะ
แต่ก่อนที่หนูจะไปหาหมอและกินยาบำรุงเลือดนั้น เวลาหนูถ่ายออกมาอุจจาระของหนูก็เป็นสีดำแล้วนะค่ะ
หนูถ่ายเป็นสีดำประมาณสี่วันหนูถึงได้ไปหาหมอ เวลาหนูถ่ายออกมาเหมือนคนท้องเสียเลยค่ะ
ทั้งๆ ที่หนูก็ไม่ได้ท้องเสียนะคะ เวลาถ่ายก็มีนิดเดียวค่ะ พอหนูกินยาที่คุณหมอให้มาอยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่งเห็นจะได้
หนูก็มีอาการปวดหลังด้านขวาตรงกลาง แต่ปวดไม่มากนักนะคะ พอรู้สึกได้ว่าปวดเท่านั้นเองค่ะ
แต่มันมีอาการอีกตามมาคือ หลังบริเวณที่ปวดมันจะออกร้อนหน่อยๆ ด้วยค่ะ
บางทีก็มีอาการเหมือนหลังจะร้าวไปทั้งแถบเลยค่ะ วันที่ 27 พ.ย. หนูก็ไปหาหมออีกครั้ง
ในครั้งนี้นั้นหนูก็ได้เปลี่ยนหมอใหม่คือ หมอที่เคยไปหาครั้งแรกนั้นมีคนพูดกันหลายคนนะคะว่า
เขาตรวจไม่ค่อยดีเพราะว่าหมอที่หนูไปหานั้นเขาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐ
หมอคนใหม่ที่หนูไปหานี้เขาทำงานอยู่โรงพยาบาลของเอกชน พอหนูไปถึงหนูก็พูดถึงอาการที่หนูเป็นให้หมอฟังโดยที่หนูไม่ได้บอกนะคะว่าหนูเคยไปตรวจมาแล้วครั้งหนึ่ง
พอคุณหมอดูอาการแล้วคุณหมอก็สั่งให้เจาะเลือดอีกค่ะ พอคุณหมอดูผลการตรวจเลือดแล้ว
คุณหมอบอกว่าหนูเป็นตับอักเสบค่ะ คุณหมอเลยให้นอนโรงพยาบาลเลยค่ะ นอนโรงพยาบาลได้สองวันคุณหมอก็ให้ออกมากินยาที่บ้านค่ะ
ยาที่คุณหมอให้มานั้นเม็ดยาเป็นสีเขียวคล้ายชุดของทหารค่ะ เขียนไว้ข้างกล่องว่ายาบำรุง
หนูเข้าใจว่าคงจะเป็นยาบำรุงตับเพราะว่าคุณหมอบอกเป็นตับอักเสบ ตอนที่อยู่โรงพยาบาลนั้นคุณหมอได้ให้น้ำเกลือด้วยนะคะ
ก่อนออกมาคุณหมอก็นัดให้ไปตรวจใหม่ด้วยนะคะ โดยคุณหมอนัดคราวนี้นั้นเป็นวันที่
3 ธ.ค. ค่ะ ตอนที่หนูมาอยู่บ้านนั้นหนูมีอาการอ่อนเพลียมากเลยนะคะ
ขาทั้งสองข้างตรงหัวเข่านี้ไม่มีแรงเลยนะคะ ขนาดขึ้นไปชั้นสองของบ้านยังต้องใช้มือเกาะราวบันไดขึ้นไปเลยนะคะ
ที่ขาไม่มีแรงนี่เกี่ยวกับตับอักเสบหรือเปล่าค่ะ พอหนูไปหาหมอครั้งที่สองนี้
คุณหมอก็ให้เจาะเลือดอีกนะคะ ผลการตรวจเลือดครั้งนี้คุณหมอบอกว่าอาการของหนูเป็นมากกว่าเดิม
คุณหมอก็ให้หนูนอนที่โรงพยาบาลอีกครั้งค่ะ ครั้งนี้นอนนานกว่าครั้งก่อนค่ะ
คือ ประมาณอาทิตย์หนึ่งค่ะ ตอนที่อยู่โรงพยาบาลนี่คุณหมอได้เจาะเลือดถึงสามครั้งเลยนะคะ
พอเจาะเลือดครั้งหลังสุด คุณหมอบอกว่าหนูดีขึ้นมากแล้วก็เลยให้หนูออกมาอยู่บ้านอีกค่ะ
แต่คุณหมอก็ยังนัดอีกนะคะ พอถึงเวลาหมอนัดแล้วหนูก็ได้ไปหาหมออีก คุณหมอก็เจาะเลือดอีกเหมือนเดิมค่ะ
ผลการตรวจคราวนี้คุณหมอบอกว่าหนูหายสนิทแล้วค่ะ ไม่ต้องไปหมหมออีกแล้วค่ะ
แต่อาการอ่อนเพลียของหนูยังไม่หายเลยนะคะขายังอ่อนอยู่เลยค่ะ อ้อ ลืมบอกอาจารย์ไปว่าตอนที่หนูมาอยู่บ้านครั้งหลังสุดนี้
หนูมีอาการท้องอืดและแน่นท้องมากเลยนะคะ หนูกลัวว่าหนูจะเป็นมะเร็งตับค่ะ
เพราะเคยอ่านเจอว่าอาการของมะเร็งตับนั้น อาการเริ่มแรกเป็นอย่างที่หนูเป็นอยู่ใช่ไหมคะ
หนูกลัวมากเลยค่ะอาจารย์ ถ้าอาจารย์ได้รับจดหมาของหนูแล้ว ถ้าอาจารย์จะกรุณาหนูก็ขอให้อาจารย์ตอบจดหมายของหนูด้วยนะคะ
หนูขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงเลยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ลายมืออ่านยากสักหน่อย
เพราะว่าหนูมีความรู้แค่ ป. 4 เองค่ะ สุดท้ายขอให้อาจารย์และครอบครัวจงมีความสุขทุกๆ
วันและตลอดไปด้วยค่ะ ด้วยความเคารพอย่างสูง อุไร ว.
โชคไม่ค่อยดีเลยนะหนูที่ต้องเวียนเข้าเวียนออกหาหมอหลายคนและต้องเสียเวลารักษานานพอดู
อันที่จริงถ้าจะดูจากการที่ตัวเหลืองอย่างเดียว การป่วยของหนูก็จะเป็นได้ทั้งสองโรคตามที่คุณหมอสองท่านบอกนั่นแหละ
คือ อาจจะเป็นโลหิตจางหรืออาจจะเป็นโรคตับก็ได้ หรืออาจจะเป็นทั้งสองโรคพร้อมๆ
กัน คือ โลหิตจาง และตับอักเสบก็ได้อีกเหมือนกัน ตอนที่หนูไปหาหมอคนแรกนั้น
คุณหมอคงจะสงสัยว่าหนูโลหิตจางอย่างเดียว และตัวของหนูคงจะไม่เหลืองมาก
ฉะนั้นจึงให้เจาะเลือดเพื่อจะดูเพียงเลือดขาว-เลือดแดงอย่าง การเจาะเลือดแบบนี้จะสั่งทางห้องแลปแต่เพียงว่าให้ตรวจแต่
CBC หรือ COMPLETE BLOOD COUNT เท่านั้น และผลของเลือดจากห้องแลปก็คงตรงกับที่คุณหมอสงสัย
คือ ทั้งเลือดขาวและเลือดแดงคงจะต่ำ คุณหมอจึงวินิจฉัยว่าเป็นโรคโลหิตจาง
ยาที่หมอคนแรกให้คงจะเป็นยาบำรุงเลือด และคงจะมียาชนิดที่เป็นธาตุเหล็กให้มาด้วย
ยาชนิดนี้จะทำให้ถ่ายเป็นสีดำ แต่เมื่ออาการไม่ดีขึ้น หนูต้องไปหาหมอคนที่สองและหมอสั่งให้ตรวจเลือดอีก
และวินิจฉัยว่าเป็นตับอักเสบ และสั่งให้นอนโรงพยาบาลทันทีนั้น หมอคนนั้นคงจะได้สั่งให้ตรวจทั้ง
CBC และตรวจทั้งการทำงานของอวัยวะสำคัญเช่น ตับ และไตด้วย และผลคงจะออกมาว่าการทำงานของตับผิดปกติ
คุณหมอจึงได้ลงความเห็นว่าเป็นโรคตับอักเสบ อาไม่แน่ใจว่าคุณหมอคนที่สองได้สั่งให้ตรวจดูไวรัสตับอักเสบด้วยหรือเปล่า
เพราะจริงๆ แล้วถ้าจะตรวจเลือดเพื่อดูว่าเป็นไวรัส B หรือ ไวรัส C
นั้นทางโรงพยาบาลมักจะตรวจไม่ได้ภายในวันเดียวต้องรออีกสองหรือสามวันจึงจะทราบผลแน่นอน
แต่เอาเป็นว่าคุณหมอท่านคงจะสั่งตรวจแล้วก็ได้ และที่ไม่ต้องรอผลเรื่องไวรัส
B หรือ C นั้นก็เพราะการทำงานของตับอย่างเดียว เราจะรู้ได้จากผลเลือดทันที
ส่วนผลของไวรัส B หรือ C ที่ตามมาภายหลังนั้นก็เป็นเรื่องที่จะรับรองสอดคล้องแน่นอนว่าหนูเป็นโรคตับอักเสบชนิดไวรัส
B หรือ C เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามอาก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่าหลังจากรักษามาสองคุณหมอแล้ว
หนูก็ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่ และก็ท่าทางจะอ่อนเพลียมากๆ ด้วย ขนาดขึ้นบันไดยังขึ้นแทบไม่ไหว
แถมยังอาการขณะนี้ก็มีอาการท้องอืดแน่นท้องมากด้วย แสดงว่าอาการป่วยด้วยโรคตับก็ยังเป็นอยู่มากนั่นเอง
อาได้ขอให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครของเราติดต่อกับหนู ขอรายละเอียดเรื่องการตรวจและการรักษามาดู
เพื่อว่าเราจะได้ช่วยกันพิจารณาและแนะนำให้หนูปฎิบัติตัวเพื่อให้อาการดีขึ้น
และแข็งแรงสบายขึ้นมากกว่านี้ ถ้าเผื่อหนูได้อ่านคำตอบจากนิตยสารก่อนที่เราจะติดต่อกันได้
ก็ขอให้หนูรีบจดหมายติดต่อมาอีกทีโดยด่วน (ตามที่อยู่ที่ได้บอกไว้ในคอลัมน์
ถาม - ตอบ นี้) เรื่องมะเร็งตับอะไรนั่นนะ อย่าเพิ่งด่วนตีตนไปก่อนไข้ซีจ้ะหนู
ขอให้เราได้ดูรายละเอียดของหนูให้แน่นอนเสียก่อน แล้วเราคงจะช่วยอะไรกันได้ดีกว่านี้แน่นอน
...........................................................
***จดหมายค้าง
จดหมายค้างมีเยอะครับ ถ้าจะแบ่งก็คงแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ
จดหมายซึ่งขอให้ผมตอบเป็นส่วนตัว ซึ่งมีมากอย่างเหลือเกินจนผมตอบไม่ทัน
วิธีแก้ก็คือได้ขอแรงกลุ่มผู้ร่วมงานและ "พี่เลี้ยง" ซึ่งส่วนมากเป็นกรรมการของชีวจิตช่วยกันตอบ
อีกกลุ่มหนึ่งเป็นจดหมายซึ่งมาถึงผมช้าอย่างเหลือเกิน ที่ช้านี้ก็เพราะต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน
กว่าจะถึงมือผมกินเวลาเป็นเดือนๆ ก็มี ผมพยายามจะแก้ไขให้ได้ในเรื่องตอบจดหมายนี้
เพราะอยากจะช่วยท่านที่เดือดร้อนทุกคน มาคิดดูแล้วน่าจะแก้ปัญหาเรื่องจดหมายค้างได้
โดยช่วยกันคนละไม้ละมือดังต่อไปนี้จดหมายถ้าจะให้ถึงมือผมโดยตรงและเร็วขึ้น
ขอให้ส่งไปถึงผมที่ 36/31 หมู่ 13 ซอยยนต์ย้อย (82) โชคชัย 4 ลาดพร้าว
กทม. 10230 ถ้าจะส่ง Fax ก็จะเร็วขึ้น ส่งไปที่ 02-570-8273
ถ้าจะโทรสอบถามข้อความโปรดโทร. 02-570-8220 เบอร์นี้จะมีกลุ่มอาสาสมัครคอยตอบโทรศัพท์
แต่บางครั้งอาสาสมัครของเราไม่อยู่ โปรดสั่งข้อความฝากไว้ ขอให้ฝากข้อความและเบอร์โทรศัพท์ของคุณไว้ให้ได้
อย่าได้วางหูเฉยๆ พอได้ยินว่า "ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของเรายังไม่ว่าง..."
เลย อาสาสมัครของเราจะมาเปิดเครื่องรับฟังเมื่อเข้ามาทำงานแล้วทุกครั้ง
ในจดหมายหรือ FAX หรือโทรศัพท์สอบถามของคุณกรุณาแจ้งชื่อ-ที่อยู่-และเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย
มีหลายรายแล้วที่ขอให้เราติดต่อกลับ แต่ไม่ได้บอกชื่อ-ที่อยู่ และเลขหมายโทรศัพท์ไว้
ต้องขอประทานโทษล่วงหน้า ถ้าหากว่าจดหมายหรือ FAX ของคุณมาถึงในขณะที่ผมกำลังเดินทาง
ผมต้องเดินทางบ่อยเสียด้วย ถ้าจดหมายของคุณมาถึงตอนนั้นก็อาจจะได้รับคำตอบช้าไปหน่อย
บางครั้งอาจจะมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของคุณเอง และอาจจะมีเหตุบังเอิญทำให้จดหมายคุณหายหรือมาถึงผมช้า
ในกรณีอย่างนั้นกรุณาจดหมายถามมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อความแน่ใจ อย่าด่วนโกรธกันเสียก่อน
หรือตัดสินใจง่ายๆ ว่าเราเป็นคนที่คบไม่ได้แล้ว เพราะเราเป็นห่วงเรื่องทุกข์ร้องของคุณมากจริงๆ
อย่าให้ความเป็นเพื่อนของเราต้องขาดกันไป เพราะความเข้าใจผิดเลย
|