ถาม : เรียน อาจารย์สาทิสที่เคารพ


สวัสดีค่ะ อาจารย์สาทิส อยากจะสมัครเป็นหลานอีกคน แต่ไม่รู้จะเรียกยังไง เพราะอายุอาจารย์อยู่ระหว่างลุงกับตาของหนู ก็ขอเรียกอาจารย์ไปพลางๆ ก่อนนะคะ เพราะถึงยังไงอาจารย์ก็เป็นคนที่น่านับถือที่สุดคนหนึ่งของหนู ถึงหนูจะไม่เคยพบอาจารย์จริงๆ แต่หนูก็รู้จักอาจารย์ได้จากหนังสือที่อาจารย์เขียน หนูมีทุกเล่มนะคะ (ตำราอาหารด้วยค่ะ) แต่ยังอ่านเล่มที่ออกใหม่ไม่จบเลยค่ะ เพราะกำลังอ่านฉบับรวมเล่ม 25-30 อยู่ อาจารย์เขียนได้ชัดเจนที่สุดในความรู้ (เรื่องสุขภาพ + Nutrition) แค่หางอึ่งของหนู ทำให้หนูเชื่อมั่นว่าเป็นจริงได้จากภาพทุกคนในหนังสือของอาจารย์แต่ละเล่ม ภาพการเข้าคอร์สสุขภาพในนิตยสารชีวจิตแต่ละครั้งทำให้หนูยิ่งมั่นใจว่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้หนูสามารถมีความสุขอย่างแท้จริง หนูไม่สงสัยเลยว่าทำไมอาจารย์จึงเป็นศูนย์รวมของจิตใจของชาวชีวจิต หนูรู้สึกว่าหนูโชคดีที่ได้มาเจอนิตยสารชีวจิต หนูสงสัยตัวเองนะคะ ว่าทำไมถึงสนใจสุขภาพได้ขนาดนี้ (อาจจะกลัวตายแบบทรมาน) เพราะเมื่อก่อนหนูอ้วนมากคะอาจารย์ หนูสูง 162 ซม. ตอนนั้นหนัก 65 กก. ว่างๆ ก็ 67 กก. ไม่ชอบออกกำลัง แต่โชคดีที่ยังกินผัก พอเข้าเรียนมหาลัยได้ปี 2 ก็อยากผอมค่ะ อยากลองผอม อยากรู้ว่าถ้าตัวเองผอมจะเป็นไง ยอมรับนะคะว่าใช้วิธีลดน้ำหนักที่ไม่ถูกต้อง แต่ถูก step คะ แล้วก็ไม่ได้ใช้ยาลดนะคะขอบอก เพราะเคยทาน 2 เม็ดเห็นผลค่ะ เวียนศีรษะ อยากนอนอย่างเดียว ก็เลยไม่เอาละไม่ไหว พอน้ำหนักลดลงระดับหนึ่งก็ไปตีเทนนิสบ้าง วิ่งบ้างจนน้ำหนักอยู่ที่ 55-56 คะ 3 เดือนนะคะ กลับไปบ้านทุกคนตกใจ ผอมได้ไง เป็นคนดังไปโดยปริยาย ตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ 52-53 ค่ะ เพราะทานชีวจิต น้ำหนักก็เลยลงมาอีกนิด ตามมาตรฐานเลยใช่ไหมคะ แต่หนูมีปัญหาคะคือ ทานชีวจิตได้ไม่ตลอดคะ ด้วยภาระหน้าที่การงาน ทุกสิ้นเดือนต้องไประชุม สังสรรค์ ที่โคราช แล้วเขาก็จัดโต๊ะจีนคะอาจารย์ งานนี้ไม่รอดอาหารจำพวก เนื้อ นม ไข่ ก็พยายามทานแต่ผัก ปลา แล้วก็อาหารทะเลค่ะ จดหมายฉบับนี้ เป็นฉบับที่ 3 แล้วค่ะ คิดนานมากกว่าจะเขียนมาหาอาจารย์เพราะอายมาก ที่ฉบัแรกจ่าหน้าซองผิดๆ ถูกๆ แล้วก็ไม่รู้ถึงมืออาจารย์หรือเปล่าด้วยคะ แต่ฉบับนี้ต้องถูกค่ะ เพื่อให้ถึงมืออาจารย์ แล้วก็คันมือยิกๆ อยากเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างค่ะ ประมาณต้นปี หนูตัดสินใจทำ DETOX ด้วยตัวเอง วันนั้นต้องเปิดร้าน แต่หนูตื่นเช้าค่ะ แล้วก็ตั้งใจว่าจะทำ DETOX อยู่แล้วด้วย หนูใช้สูตรน้ำมะนาว ปริมาณ 1200 มล. หนูทำอุปกรณ์เองจากที่มีผู้อ่านทางบ้านเขียนมาบอก แล้ววันนั้นหนูตื่นมาต้มน้ำอาร์ซี รำกระบอง แล้วก็มาต้มน้ำเพื่อทำ DETOX รอให้น้ำอุ่นก็เริ่มลงมือทำ หนูทำตามขั้นตอนทุกอย่าง พอเข้าห้องน้ำก็ถ่ายเหมือนท้องเสีย หนูนั่งอยู่ประมาณ 15 นาที รู้สึกว่ายังออกไม่หมดไส้หมดพุง แต่รอนานแล้ว จึงทำความสะอาด แล้วออกจากห้องน้ำและคิดจะกลับมานั่งใหม่ แต่พอจะเดินเข้าห้องตัวเอง รู้สึกเวียนศีรษะ เดินได้อีก 3 ก้าว ต้องค่อยๆ ล้มตัวลงไปกองตรงหน้าห้องนั้นเลยค่ะ รู้สึกหน้ามืดอย่างแรง แล้วรู้สึกเหมือนกับสติค่อยๆ หลุด หลุดจากร่างเลยนะคะ รู้สึกหนาวมากแล้วก็จำไม่ได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน รู้สึกถึงความมืดแล้วก็ความเย็นด้วยค่ะ ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีนะคะ แต่สักพักหนูก็เริ่มจำความได้ว่า ทำ DETOX ชื่อ นส. จรรยา ปินพิพาย อยู่ที่บ้าน ที่พิมาย นอนอยู่หน้าท้องนอนของตัวเองบนพื้นเย็นๆ หนูเริ่มลืมตาขึ้น ยังลุกไม่ขึ้นค่ะ นอนหัวหมุนติ้วอยู่อย่างนั้นสัก 10 นาทีได้ หนูคิดว่าจากที่ล้มตัวลงนอนกับพื้นจนฟื้นขึ้นมานี่ประมาณ 20 นาทีได้ค่ะ เพราะมองเห็นนาฬิกาพอดี จนน้องสาวตื่นนอนออกจากห้องมาเห็นก็ยังไม่เอะใจ เพราะนอนหันหลังให้น้องค่ะ น้องยังถามเลยว่า มานอนอะไรตรงนี้ แถมยังเอามือมาตีที่ก้นด้วยแล้วน้องก็เดินไปล้างหน้าแปรงฟังที่อ่างล้างหน้า สักพักหนูค่อยๆ ลุกขึ้น พอยืนได้ก็จะล้ม น้องต้องวิ่งมาประคอง แล้วถามว่าเป็นอะไร ก็บอกว่าทำ DETOX ยืนได้สักครู่ ก็รู้สึกอยากอาเจียนให้น้องพอไปอ่างล้างหน้าบอกว่า อยากอ้วก น้องบอกว่า กางเกงเลอะหมดแล้ว เหม็นด้วย หนูก็เริ่มได้กลิ่นเหมือนกัน หนูรู้เลยค่ะว่าส่วนที่เหลืออยู่ในไส้ออกมาตอนหนูหมดสติ พอหนูอาเจียนเสร็จ หนูก็ไปอาบน้ำแล้วก็ไปนอนต่อค่ะ เพราะไม่มีแรงเปิดร้านค่ะ ต้องให้อาปาเปิดร้านแทน ช่วงที่นอนหลับก็หลับไม่สนิทค่ะ ต้องลุกมาอาเจียนเป็นระยะๆ เวลาอาเจียนนี่รสเปรี้ยวของมะนาวขึ้นคอมาเลยค่ะ นอนปวดหัวตัวเย็นอยู่ใต้ผ้าห่มประมาณชั่วโมงกว่าๆ พอร่างกายเริ่มอุ่นขึ้น ต้องลุกขึ้นมาหาอะไรกิน ก่อนจะหมดแรงตายที่เตียง ประมาณ 10.00 น. จึงออกไปนั่งหน้าบ้าน อาปาถามว่าหายแล้วเหรอ บอกว่าค่อยยังชั่ว ตั้งแต่นั้นมาไม่กล้าทำ DETOX อีกเลยค่ะ แต่ที่เขียนมานี้ไม่ได้คิดว่าการทำ DETOX เป็นอันตรายถึงตายหรอกนะคะ แต่คิดว่าตัวหนูเองที่ทำอะไรผิดหรือเปล่า ร่างกายยังไม่พร้อมหรือเปล่า หนูไม่รู้ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะความดันของหนูต่ำหรือเปล่า เคยตรวจความดันแล้วหมอบอกว่าความดันต่ำ ให้ออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรง กีฬาที่หนูชอบเล่น คือ เทนนิส แต่ที่นี่ไม่มีสนาม ตอนนี้ก็เลยหันมารำกระบองแทน ถ้าวันไหนฝนตกก็จะนวดกดจุดอยู่ในบ้าน ส่วนอาหารก็ต้องเป็นแนวชีวจิตแน่นอน ถ้าช่วงไหนขี้เกียจทำกับข้าว ก็น้ำพริกผักสดผักต้มค่ะ อาจารย์อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ ถ้าหนูจะเล่าอีกเรื่อง หนูเป็นคนที่ชอบทานของหวานมากเลยคะ (ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ ของมักเลยค่ะ) แต่ไม่ชอบมันๆ ค่ะ หนูเคยอ่านเจอในคอลัมน์อะไร เล่มที่เท่าไรก็จำไม่ได้แล้วค่ะ ที่เขียนเกี่ยวกับน้ำตาลว่าเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง หนูว่ามันจริงนะคะ เพราะตอนที่หนูเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ กลางคืนอ่านหนังสือดึกๆ (เฉพาะช่วงสอบค่ะ) ก็จะกินนมข้นหวานเปล่าๆ เป็นกระป๋อง กินน้ำผึ้งเป็นขวดเลยค่ะ กินก๋วยเตี๋ยวแล้วชอบใส่น้ำตาลหลายๆ ช้อน ช้อนพูนๆ จนมีเพื่อนมาเห็นแล้วพูดว่า เธอจะเชื่อมก๋วยเตี๋ยวเหรอ ก็เลยหัวเราะไป แล้วพออ่านเจอเรื่องน้ำตาลที่แหละค่ะ ก็เริ่มคิดว่าเราติดน้ำตาลหรือเปล่า เพราะยิ่งหวานเท่าไรก็รู้สึกว่าคำต่อไปต้องให้หวานมากกว่าคำแรกถึงจะสะใจ
แต่ตอนนี้ก็พยายามทานลดลงแล้วคะ กลัวเบาหวานถามหา แต่ยังทานขนมหวานบ้างนิดหน่อย ยังไม่ชีวจิตปึ้กค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดจะเขียนจดหมายยาวขนาดนี้นะคะ แต่ยิ่งเขียนยิ่งไหล ไงไม่ทราบ ต้องกราบขอโทษอาจารย์นะคะ ถ้ารบกวนอาจารย์มากเกินไป หนูแค่อยากเขียนมาให้กำลังใจอาจารย์ค่ะ เรพาะหนูเข้าใจว่าคนที่โดนใส่ไข่ใส่สีนี่เป็นยังไง (หนูก็เคยโดนเหมือนกัน แต่ไม่ระดับชาติเท่าอาจารย์ค่ะ) หนูเชียร์อาจารย์เต็มที่ค่ะ อ่านถึงตรงนี้อาจารย์คงอยากพักสายตาแล้วใช่ไหมค่ะ หนูขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาอ่านจนจบ เพราะหนูตั้งใจเขียนจริงๆ ค่ะ ขอให้อาจารย์กับอาโฉมและชาวชีวจิต (หนูด้วย) ทุกคนมีความสุขค่ะ ด้วยความเคารพ จรรยา ปินพิมาย



ตอบ : หนูจรรยา


จดหมายของหนูมีทั้งปัญหาย่อยและปัญหาใหญ่ ปัญหาย่อยก็คืออยากสมัครเป็นหลาน แต่ไม่รู้จะเรียกยังไงเพราะ "อายุ อาจารย์อยู่ระหว่างลุงกับตา" ลองเอา "ลุงกับตา" มาผสมกันดีไหมจ้ะ "ลุง + ตา" จะออกมาเป็น "ลา" ท่าจะไม่เหมาะ แต่เอา "ตา+ลุง" อาจจะออกมาเป็น "ตุง" ท่าจะดี ลองเรียก "ตุง" ก่อนก็แล้วกัน ลุงคิดว่าหนูทำท่าจะห่วงเรื่องอ้วนมากไปหรือเปล่า หนูไม่ได้บอกอายุตุงมา แต่เข้าใจว่าคงจะประมาณสาวๆ รุ่น 20 กว่าๆ กระมัง ซึ่งรุ่นราวๆ สมัยนี้ดูเขาจะห่วงเรื่องอ้วนกันเหลือเกิน (ขอเปลี่ยนใจแล้วหนู "ลุง" ฟังแหม่งๆ ชอบกล แหม่งเอามากๆ ด้วยฉะนั้นขอเป็นญาติธรรมดาๆ ดีกว่า เรียกว่า "อา" ก็แล้วกัน ไม่มากไม่น้อยเกินไป) อาคิดว่าเรื่องกลัวอ้วนหรือเป็นห่วงว่าจะอ้วนนี้เป็นปัญหาหรือความทุกข์ใหญ่หลวงของสาวๆ สมัยนี้ เพราะฉะนั้นที่หนูตกลงใจทำดีท็อกซ์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของหนูนั้นก็คงเป็นเพราะกลัวอ้วนเป็นสาเหตุใหญ่หรือเปล่า? เสร็จแล้วหนูก็ตัดสินใจทำดีท็อกซ์ และอาเข้าใจว่าวิธีทำดีท็อกซ์ของหนูคงจะทำผิดอย่างมากๆ ขอว่าเป็นเรื่องๆ ไปก่อนดังนี้เริ่มต้นก็ใช้มะนาวเลยผิดแล้ว เราเคยแนะนำให้ใช้มะนาวนั้น หลังจากที่ใช้กาแฟมาหลายครั้งแล้ว ก็ให้ใช้มะนาวสลับเสียบ้าง หมายความว่าใช้กาแฟสัก 5-6 ครั้ง ก็ลองสลับใช้มะนาวเสียสักครั้งหนึ่ง
และการใช้มะนาวก็ใช้มะนาวประมาณ 2-4 ลูก ต่อน้ำอุ่น 1000 - 1200 c.c. หนูตั้งต้นทำดีท็อกซ์ด้วยมะนาว (ซึ่งผิดสูตร) แล้วเข้าใจว่าคงใช้มะนาวมากมายเป็นสิบๆ ลูกใช่ไหม เพราะขนาดอาเจียนยัง "มีรสเปรี้ยวของมะนาวขึ้นคอมาเลย" ที่น่าสงสัยนอกจากเรื่องใช้มะนาวมากมายหลายลูกแล้ว ยังสงสัยว่าหนูคงจะเคยผ่าตัดไส้ติ่งมาแล้วหรือเปล่า ถ้าเคยผ่าตัดไส้ติ่งมาแล้วอาเคยบอกล่วงหน้าไว้แล้วว่า เป็นอันตรายอย่าเพิ่งทำดีท็อกซ์ด้วยตนเอง ขอให้ปรึกษาชมรมหรือพี่เลี้ยงของชีวจิตเสียก่อนอย่างไรก็ตาม เรื่องทำดีท็อกซ์ไม่ว่าจะใช้น้ำกาแฟ หรือน้ำอย่างอื่นก็ตาม เราก็เคยย้ำไว้เสมอๆ อยู่แล้วว่า จะทำดีท็อกซ์โดยนึกสนุกๆ ไม่ได้เป็นอันขาด ต้องเข้าใจด้วยว่าดีท็อกซ์คืออะไร และทำเพื่ออะไร ไม่ใช่ว่าเกิดท้องผูกขึ้นมาก็ทำดีท็อกซ์ หรือเจ็บป่วยอะไรขึ้นมาก็ทำดีท็อกซ์เพื่อรักษาโรคดีท็อกซ์แก้โรคท้องผูกไม่ได้ ดีท็อกซ์ก็รักษาโรคไม่ได้ และดีท็อกซ์รักษามะเร็งไม่ได้ ขอย้ำไว้ตรงนี้อีกครั้ง
การจะแก้ไขเรื่องสุขภาพ หรือการรักษาโรคใดๆ ก็ตาม ต้องทำโปรแกรมหรือ REGIMEN การรักษาในโปรแกรมหนึ่งจะมีการปฎิบัติและวิธีรักษาหลายๆ อย่างรวมกัน การทำดีท็อกซ์ อาจจะรวมอยู่ในโปรแกรม หรือไม่รวมเลยก็ได้ สุดแท้แต่บุคคล
ขอยืนยันอีกครั้งว่าดีท็อกซ์ไม่ใช่การรักษาโรค แต่เป็นการทำเพื่อเอาท็อกซิน หรือพิษออกจากตัวเท่านั้น และถ้าไม่เคยทำเลยก่อนจะทำให้ปรึกษา หรือสอบถามจากชมรมก่อน (โทร. 02-570-8220 หรือ FAX 02-570-8273) อาขอโทษด้วยนะ ถ้าหากหนูอ่านมาถึงตอนนี้จะรู้สึกเหมือนว่าอากำลังจะดุหนูที่ไปทำดีท็อกซ์โดยพละการ แต่ความจริงแล้ว อาอยากขอบใจหนูอย่างที่สุด ในการเขียนจดหมายฉบับนี้มาหาอา ทุกวันนี้อาได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับการทำดีท็อกซ์ผิดเยอะเหลือเกิน จดหมายมาก็มี โทรศัพท์ก็มี ไปเข้าคอร์สสุขภาพแล้วเล่าให้ฟังก็มี อาก็เลยถือโอกาสตอบรวมไว้ในจดหมายถึงหนูฉบับนี้ อาไม่ได้ต่อว่าหนูแต่กลับจะขอบคุณหนูด้วยซ้ำ สำหรับการทำดีท็อกซ์ของหนูนั้น อาเชื่อว่าได้ทำอะไรผิดๆ ไว้หลายอย่างแน่นอน ฉะนั้นอยากจะขอให้หนูติดต่อมาที่ชมรมอีกที อยากจะชวนให้หนูเข้าคอร์สสุขภาพของชมรมด้วย หนูรีบติดต่อมาก็แล้วกัน และอาถือว่าอามีส่วนต้องรับผิดชอบในการที่หนูทำดีท็อกซ์ผิดๆ เป็นลม (อันตรายมากๆ ) ฉะนั้นถ้าหนูรีบติดต่อมาอาจะขอร้องให้ชมรมเขารับหนูเข้าคอร์ส และหนูจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของหนูเอง (ปกติคอร์สสุขภาพขะมีคนสมัครยาวเหยียด ผู้สมัครเกินโควต้ารับไม่หมดทุกครั้ง) หนูรีบติดต่อมาโดยเร็วนะจ๊ะ จดหมายของหนูมีเรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่อง และดูเหมือนหนูจะเป็นตัวแทนของเด็กสาวๆ สมัยนี้ได้เป็นอย่างดีด้วย ปัญหาของเด็กสาวๆ มีเหมือนกัน อย่างเช่น กลัวอ้วน เรื่องการปฎิบัติตัวในชีวิตประจำวันก็เหมือนๆ กัน กินหวานมากๆ ทำงานหนัก เรียนหนัก เวลาสำหรับดูแลตัวเองมีน้อย แต่ก็มีความกระตือรือร้นอยากจะมีสุขภาพดี เหล่านี้เป็นต้น ข้อคิดและข้อสังเกตของหนูล้วนแต่เป็นสิ่งมีประโยชน์ อาอยากจะเอาปัญหาต่างๆ ของหนูมาคุยและยกตัวอย่างให้อีกเด็กสาวอีกหลายๆ คนเข้าใจ แต่เสียดายหน้ากระดาษไม่พอ แต่ขออนุญาตไว้ก่อนนะ ถ้าอาจะเอาปัญหาเบาๆ ของหนูมาเป็นตัวอย่างอีกหลายเรื่อง หนูรีบติดต่อมาที่ชมรมเร็วหน่อย จะได้มีโอกาสอธิบายวิธีแก้ปัญหาของหนูได้โดยละเอียด


ติดต่อwebmaster     Email : webmaster@krabong.com