ถาม : เรียน ท่านบรรณาธิการ/ท่านอาจารย์สาทิส


ดิฉันเป็นสมาชิกนิตยสารชีวจิตตั้งแต่เล่มต้นๆ จนถึงปัจจุบัน มีข้อข้องใจอยากเรียนถามคือการจัดลำดับการตอบปัญหาของผู้ที่เขียนจดหมายไปปรึกษาปัญหาต่างๆ ว่ามีการจัดการอย่างไร เนื่องจากดิฉันเคยเขียนจดหมายถึงอาจารย์สาทิสที่ชมรมชีวจิต ซอยโชคชัย 4 ปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 1 ปีที่เฝ้ารอคำตอบแต่ก็ไร้วี่แววใดๆ ทั้งสิ้น หากดิฉันป่วยเป็นโรคที่ร้ายแรงและรอคอยคำแนะนำเพื่อนำมาปฎิบัติตามป่านนี้ดิฉันคงตายไปแล้ว ถ้าจะให้เดาคิดว่าคงถูกโยนทิ้งขยะโอกาสที่จดหมายจะไปถึงเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดเนื่องจากดิฉันส่งโดยวิธีลงทะเบียน เอาละค่ะ ไหนๆ ก็แล้วไปแล้ว ดิฉันจะรอความหวังต่อไปอีกสัก 1 ปี จะขอถามคำถามสรุปสั้นๆ โดยไม่พรรณาเหมือนคราวที่แล้ว (กลัวถูกโยนทิ้งขยะอีก) ดังนี้ขอทราบรายละเอียดของโรคโกลมัทธูเม่อร์ (ไม่ทราบว่าภาษาอังกฤษเขียนว่าอย่างไร) หมอบอกว่าดิฉันเป็นโรคนี้และรักษาโดยวิธีผ่าตัดเอาปลายเส้นประสาทใต้เล็บเท้า (นิ้วโป้งซ้าย) ที่ผิดปกติทิ้งแล้วแต่ปัจจุบันยังมีอาการปวดอยู่เป็นระยะๆ แต่ไม่มากเหมือนตอนก่อนผ่าตัด
ดิฉันอายุ 43 ปี มีบุตรสาว 1 คนอายุ 12 ปี มีเนื้องอกที่กล้ามเนื้อมดลูกและเป็นซีสที่รัง ไข่ข้างขวา หมอจะตัดรังไข่ข้างขวาแต่ดิฉันยังไม่ยอมตัดเนื่องจากดิฉันไม่มีอาการอะไรเลย ไม่เคยปวดท้อง เมนมาเป็นปกติทุกเดือน และสาเหตุที่ตรวจพบเนื่องจากไปตรวจมะเร็งปากมดลูกประจำปี และดิฉันเป็นผู้บอกให้หมอทำอุลตราซาวนด์เอง (ในอดีตประมาณ 12 ปี ที่ผ่านมาตอนตั้งท้อง หมอตรวจพบเนื้องอกในมดลูก เมื่อผ่าท้องคลอดหมอได้เลาะเอาเนื้องอกนั้นออกไปแต่หมอบอกว่ายังมีเม็ดเล็กๆ อีกเยอะแต่ไม่เป็นไรเพราะอีกนานกว่าจะโต ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงให้หมอคอยเช็คทุกครั้งที่ตรวจ ไม่ใช่เพราะว่ามีอาการผิดปกติอะไร) จึงอยากเรียนปรึกษาอาจารย์ว่าควรทำตามที่หมอแนะนำหรือไม่คะ
ปัจจุบันดิฉันมีอาการภูมิแพ้เล็กน้อยคือทุกครั้งหลังจากตื่นนอนจะมีอาการคัดจมูกและจามแต่ไม่นานประมาณไม่ถึง 5 นาทีก็หายเป็นปกติแต่เมื่อจามทุกวันๆ ระยะหลังมานี้จะมีเลือดออกมาจากจมูกข้างขวาบ่อยขึ้น (เป็นแค่ช่วงต้นๆ ของน้ำมูก) ดิฉันกลัวเป็นริดสีดวงจมูกจึงพยายามปฏิบัติตัวตามแนวทางชีวจิตแต่ไม่ 100% โดยการรำกระบอง 11 ท่าเกือบทุกวัน และเลือกทานอาหารไม่ทานหวานและมัน อาการดังกล่าวก็ไม่หายยังคงจามหลังตื่นนอนทุกครั้งแม้กระทั่งเวลางีบหลับในรถ หรือตื่นนอนในช่วงระหว่างเวลากลางคืนคือตื่นกี่ครั้งก็จามเท่านั้นครั้ง บางครั้งดิฉันคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตพอตื่นปุ๊บจะตึงจมูกยุบยิบๆ ไปหมด อาจารย์พอจะมีคำแนะนำอะไรมั้ยคะ
ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคราวนี้จดหมายนี้คงจะได้รับคำตอบ และจะรออ่านในหนังสือชีวจิตค่ะ นันทพร จุลกิตติพันธ์

 

ตอบ :

ตอบ คุณนันทพรครับ
อ่านจดหมายของคุณแล้วตกใจเอามากๆ ไม่ทราบว่าจะมีคนคิดแบบคุณสักกี่คน ผมไม่เคยทิ้งจดหมายของใครลงถังขยะเลย ตรงกันข้ามผมรู้สึกเป็นบุญคุณที่มีใครจดหมายถึงผม แม้ว่าไม่มีโอกาสจะตอบ ผมก็เก็บจดหมายไว้ เอาละยังไม่พูดถึงเรื่องจดหมาย แต่ขอตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องเจ็บป่วยเสียก่อนโกลมัท ธูเมอร์ ควรจะเขียนว่า โกลมัส ทูเมอร์ (GLOMUS TUMOR) ไม่ใช่โรคแต่เป็นความผิดปกติของก้อนเนื้อใต้ผิวหนังตอนปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้า หรือบางทีก็จะเป็นที่ก้อนเนื้อใต้เล็บมือเล็บเท้าโดยตรง บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีเส้นเลือดฝอย ทั้งเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำติดต่อกัน และยังเป็นที่รวมของเส้นประสาทฝอยมากมาย ลองเอาปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้าถูอะไรเบาๆ ก็ได้ จะรู้สึกได้ทันทีว่าปลายนิ้วมือและเท้านี้ไวต่อการสัมผัสมากเหลือเกิน
ถ้าเป็นคนในเมืองหนาวจะรู้สึกต่อความหนาวเย็น หรือความร้อนที่นิ้วมือนิ้วเท้าก่อนส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ถ้าหนาวมากๆ ก็จะเจ็บที่นิ้วมือนิ้วเท้าก่อนอื่น คนเมืองหนาวจึงต้องสวมถุงมือ ถุงเท้าให้หนาๆ คนที่มีอาการผิดปกติแบบโกลมัส ทูเมอร์ จะมีอาการบวม-ช้ำ และเขียวที่บริเวณปลายนิ้ว หรือบางคนก็เป็นที่ใต้เล็บ ถ้าเป็นที่เท้าและใส่รองเท้าถุงเท้าซึ่งอบร้อนมากๆ ก็จะเจ็บมากจนเกือบเดินไม่ได้ วิธีแก้ไขตามสูตรของการแพทย์แผนปัจจุบันได้ทราบมาว่าต้องผ่าตัดเอาก้อนโกลมัสออกมา ทั้งนี้เป็นการผ่าตัดเล็กๆ เท่านั้น ไม่น่ากลัวอะไรเลย แต่ถ้าไม่เอาแบบผ่าตัด จะเอาแบบหมอเถื่อนอย่างผมก็ได้ ชื่อโรคภาษาไทยไม่มี แต่พอจะใกล้เคียงกับอาการที่เรียกว่า "รองช้ำ" หรือบางอาการที่เป็นใต้เล็บ ก็คล้ายๆ อาการ "เล็บขบ" ไม่ใช่สองโรคนี้ตรงๆ นะครับ แต่อยากจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบเพื่อให้ผู้อ่านพอมองเห็นภาพก็แล้วกัน ทีนี้ถ้าจะเอาของผม ขั้นแรกผมก็จะดูก้อนที่นิ้วนั้นเป็นอย่างไร (ส่วนมากเคยพบแต่ที่นิ้วเท้า นิ้วมือยังไม่เคยเจอ) ถ้าเขียวช้ำมากๆ จะปรากฎว่าไม่มีก้อนแข็งๆ ก็จะง่ายเข้า แต่ถ้าเป็นก้อนแข็งด้วย ช้ำด้วยอย่างนี้ ก็ต้องให้เลิกใส่รองเท้า ให้ใส่ถุงเท้านุ่มๆ และใส่รองเท้าแตะ ว่ากันเป็นเดือนเลยทีเดียว วิธีปฏิบัติต่อไปมีดังนี้ อาหารต้องเลิกหวานเลิกมันโดยเด็ดขาด ให้กินวิตามินA 1 เม็ด (10,000 I.U.) 3 มื้อ วิตามิน E 1 เม็ด (400 I.U.) 3 มื้อ สังกะสี 1 เม็ด (50 มก.) 2 มื้อเช้าเย็น และให้เท้าแช่น้ำอุ่นครึ่งชั่วโมง เช็ดเท้าให้แห้ง แล้วนวดด้วยน้ำมันแก้ปวด หรือครีมจากวุ้นหางจรเข้ ครึ่งชั่วโมงก็ได้ จุดประสงค์ที่ทำดังนี้เพื่อให้เกิดการไหลเวียน (CIRCULATION) ทั้งเลือดแดง เลือดดำ ท่อน้ำเหลือง และระบบประสาทที่ปลายเท้า ส่วนวิตามินและแร่ธาตุจะช่วยซ่อมแซมก้อนเนื้อโกลมัส (GLOMUS BODY) ให้กลับฟื้นคืนดีขึ้น ไม่รับรองว่าการทำแบบนี้จะหาย แต่รับรองได้เด็ดขาดว่าถึงไม่ได้ผลก็ไม่เป็นอันตรายแน่นอน รายละเอียดอย่างอื่นยังนึกไม่ออก คุณนันทพรมีหมอประจำตัวรักษาอยู่แล้ว ก็น่าจะถามรายละเอียดจากหมอที่รักษาจะดีกว่ากระมังอ่านคำถามข้อนี้ตอนแรกออกจะงงๆ เพราะไม่ทราบว่าคุณมีเนื้องอก หรือลูกสาวมีเนื้องอกกันแน่ อ่านทวนครั้งที่สองจึงค่อนข้างจะแน่ใจว่าตัวคุณนั่นเองที่เป็นเนื้องอกที่มดลูกและมีซีสที่รังไข่ข้างขวา อาการที่เป็นที่มดลูกและที่รังไข่นั้นว่าที่จริงเป็นคนละเรื่อง ที่คุณบอกว่า "หมอตรวจพบ เนื้องอกในมดลูก เมื่อผ่าท้องคลอดหมอได้เลาะเอาเนื้องอกนั้นออกไป แต่หมอบอกว่ายังมีเม็ดเล็กๆ อีกเยอะ" นั่นคืออาการของมดลูกแน่นอนอาจจะเป็น ENDOMETRIOSIS หรือเยื่อบุมดลูกอักเสบ (ENDOMETRITIS) อย่างแรงก็ได้ นี่เป็นที่มดลูกและมีอาการมากๆ ก็คงต้องผ่าตัด แต่เรื่องจะต้องตัดรังไข่นี่สิครับ ยังไม่เข้าใจว่ามันมากันอย่างไรแน่ เมื่อหมอผ่าตัดตอนคลอดลูกนั้น ผมว่าคุณมีซีสที่มดลูกและรังไข่พร้อมๆ กัน หรืออย่างไร และที่ต้องให้ผ่าตัดรังไข่ออกนั้นเป็นเพราะอะไรแน่ และตอนนี้อาการที่มดลูกซึ่งบอกว่ายังมีเม็ดเล็กๆ อีกเยอะแยะนั้น ตอนนี้มันหายไปเองหรืออย่างไร และที่รังไข่มันเพิ่งเป็นหรือเพิ่งโผล่มาทีหลัง ถ้ามาทีหลังก็คงต้องโต อย่างรวดเร็วกระมัง หมอจึงสั่งให้ตัดรังไข่และถ้าตัดรังไข่ จะตัดหมดทั้งรังไข่และมดลูก (RADICAL HYSTERECTOMY) หรือเปล่า ผมอยู่ไกลเหลือเกิน ไม่ได้พบคุณ ไม่มีโอกาสตรวจคุณ ไม่มีโอกาสได้อ่านรายงานเกี่ยวกับการตรวจการรักษาแต่ก่อนของคุณเลย จะให้ผมตัดสินอะไรให้คงยากมาก อีกแหละครับ คุณมีหมอประจำตัวอยู่แล้ว เคยรักษาคุณมาแต่เก่าก่อน รู้จักโรคของคุณ ประวัติของคุณอย่างละเอียดแล้ว ทำไมไม่ถามหมอของคุณให้ละเอียดเล่าครับเรื่องภูมิแพ้เล็กน้อยมีอาการคัดจมูกและจามตามที่เล่ามานั้นก็อีกนั่นแหละ ภูมิแพ้ไม่ใช่โรค แต่มันเกี่ยวกับ IMMUNE SYSTEM หรือภูมิชีวิตโดยตรงควรจะเริ่มเปลี่ยนอาหารตามสูตรชีวจิตอย่างเคร่งครัดดูก่อน เคร่งครัดจริง ไม่ใช่เคร่งครัดเล่นๆ สนุกๆ นะครับ แล้วค่อยมาคุยกันใหม่ ส่วนที่คิดว่าตัวเอง "เป็นโรคจิต" นั้นคงไม่ใช่กระมังครับ เพราะเท่าที่พบมาคนโรคจิตมักจะบอกว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรเลย ฉะนั้นในทางตรงกันข้าม คิดในแง่ดีไว้ก่อนก็แล้วกันว่าคุณไม่เป็น ทีนี้มาถึงเรื่องตอบจดหมาย คุณรู้ไหมว่ากว่าจะตอบจดหมายของคุณได้อย่างน้อยต้องใช้เวลาเกือบสองเดือน จดหมายคุณลงวันที่ 10 มิ.ย. มาถึงกอง บ.ก. 11 มิ.ย. ส่งต่อมาถึงผม 12 มิ.ย. ผมตอบให้คุณทันที 13 มิ.ย. กว่าจะได้ลงในหนังสือก็คงเป็น 16 กรกฎาคม หรือ 1 สิงหาคม (เราต้องส่งต้นฉบับล่วงหน้า) นั่นเป็นจดหมายส่งถึงกอง บ.ก. เดือนหนึ่งก็ราวๆ 10-20 ฉบับ แต่จดหมายที่ส่งผมโดยตรงไปที่ชมรมเดือนละ 100-200 ฉบับ ถ้าระยะไหนตรงกับเวลาที่ผมไปต่างประเทศ บางครั้งจดหมายค้างตอบกว่า 500 ฉบับก็ยังมี แล้วจะทำอย่างไร จดหมายที่ตอบในนิตยสารชีวจิตตอบได้เพียงเล่มละ 1-2 ฉบับเท่านั้น จดหมายเหลืออีกตั้งพะเรอเกวียนซึ่งค้างตอบ เราก็ใช้วิธีช่วยกันเท่าที่จะช่วยได้ ขั้นแรกเลือกจดหมายที่พอจะตอบได้ - ตอบแล้วคำตอบต้องช่วยเขาได้ด้วย ถ้าช่วยไม่ได้เราจะแบ่งจดหมายให้อาสาสมัครเขาช่วยตอบ และในเกือบทุกกรณีที่ผู้เขียนให้เบอร์โทรศัพท์มาด้วย เราจะให้ "พี่เลี้ยง" หรือ "อาสาสมัคร" ของเราโทรติดต่อแนะนำหรืออย่างน้อยก็ให้กำลังใจ แต่คุณก็รู้ (หรือแกล้งไม่รู้) ว่า "พี่เลี้ยง" และ "อาสาสมัคร" ทุกคนของเรามีงานประจำทั้งนั้นการจะช่วยเหลือใครโดยเสียสละชีวิตส่วนตัวทั้งหมดคงทำไม่ได้ เราจึงต้องจ้างเจ้าหน้าที่ประจำ และถ้าจะให้งานเดินไปได้ดีพอสมควร เราต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำอย่างน้อย 10 คน ผมและชมรมของเราไม่ใช่มหาเศรษฐีจะเอาเงินเอาทองมาใช้จ่ายได้จากไหน เฉพาะค่าโทรศัพท์อย่างเดียวเดือนหนึ่งเกือบสองหมื่นบาท ค่าใช้จ่ายสถานที่และอื่นๆ อีกหลายหมื่นบาท แล้วยังชีวิตส่วนตัวของผมเอง อายุป่านนี้แล้วยังต้องทำงานวันละ 14-16 ชั่วโมง จะไหวหรือครับ
ทางบริษัทอมรินทร์และกองบ.ก.ชีวจิตก็ช่วยอยู่เต็มสตีมอีกเหมือนกัน "ชีวจิตโฟน" ของเราก็ทำงานแบบอาสาสมัครและด้วยใจรัก คุณลองแวะมาที่ "ชีวจิตโฟน" ที่กอง บ.ก. และแวะไปที่ชมรมของเราสักวันซี จะเห็นว่าโทรศัพท์ไม่เคยว่างเลยแม้แต่นาที มีใครบ้างไหมเอ่ย ที่จะลองคิดดูว่าเราทำไปบ้าๆ บอๆ อย่างนี้เพื่ออะไรกัน ผมเองไม่ทราบคำตอบ แต่คำตอบแน่นอนที่ผมยืนยันได้ก็คือ "เราทำไปไม่ใช่เพราะจะเอาจดหมายใคร" โยนทิ้งขยะ "แน่นอน"



ติดต่อwebmaster     Email : webmaster@krabong.com