
|
ถาม :
|
กราบเรียน ท่านอาจารย์สาทิส อินทรกำแหง ที่เคารพ เนื่องจากดิฉันเป็นคนอ้วนมาก
น้ำหนัก 92 กิโล อายุ 22 ปี สูง 172 ซม. จึงสนใจแนวทางชีวจิตเป็นอย่างมาก
เพิ่งติดตามได้เพียง 3 เล่ม คือ 81-83 ดิฉันคิดว่าคงยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่ม
อ่านและปฎิบัติตัวตามวิถีธรรมชาติ ดิฉันไม่เป็นโรคประจำตัวใดใด สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี
แต่อึดอัดเพราะความอ้วนมาก น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1-2
ปีที่ผ่านมา เพราะลดน้ำหนักทุกทางที่เห็นโฆษณา ดิฉันยิ่งอ่านหลายรอบก็ยิ่งทำให้กลัว
แม้ตอนนี้จะไม่เป็นอะไร แต่ดิฉันคิดว่าโรงพยาบาลรอให้ดิแนไปนอนในอนาคตแน่นอน
ถ้าดิฉันไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ ประกอบกับคุณพ่อสูบบุหรี่จัดมาก
น้องสาวมีปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เพราเคยเอาเด็กออก คือ เคยทำแท้ง
ผลกระทบจึงตามมาในตอนนี้ คุณแม่ก็โลหิตจาง ความดันต่ำ ทุกคนในครอบครัวมีปัญหาสุขภาพ
แม้ไม่อันตรายร้ายแรงในตอนนนี้ แต่ดิฉันเห็นอนาคตรำไร ถ้าเราทุกคนยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร
การใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ดิฉันกลัวหมอไปเลยเมื่ออ่านชีวจิตและได้รับฟังปากเพื่อนๆ
ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงต่างๆ กับการดูแลคนไข้ผู้ป่วยของคุณหมอบางคนที่ทำให้คนไข้ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
เพราะคำพูดไม่กี่คำของคุณหมอ ดิฉันทึ่งในคำแนะนำของอาจารย์และข้อความในคอลัมน์ต่างๆ
ของกองบรรณาธิการมากเพราะนอกจากจะให้กำลังใจแล้ว ยังชี้นำทางสว่างให้กับผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์มืด
10 ด้าน (8 ด้าน ดิฉันคิดว่าไม่น่าพอ) ผู้ที่ไม่เคยประสบเหตุการณืเฉียดตายมาก่อนทั้งกับตัวเองหรือคนรอบข้างย่อมเมินเฉยต่อการใส่ใจสุขภาพของตัวเอง
รอจนสายเกินไปค่อยหาทางแก้ ซึ่งดิฉันก็เคยปล่อยปละละเลยสุขภาพตัวเองมานาน
จนได้มาเห็นตัวอย่างจากความทุกข์ทรมานของเพื่อนๆ และคนรอบข้าง และคำบอกเล่าของผู้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ
เพราะโรคร้ายในนิตยสารชีวจิตจึงทำให้ฉันหยุดคิดและทบทวนการใช้ชีวิตเก่าๆ
ที่ผ่านมา ว่าควรปรับเปลี่ยนเสียทีก่อนจะสายเกินแก้ ดิฉันไม่ดื่มสุรา
กาแฟ ไม่สูบบุหรี่ แต่ทานอาหารเยอะมากแบบโรงโม่ใส่ไปเท่าไหร่ไม่เคยพอ
ทานไก่เป็นตัวๆ มันฝรั่งทอดทีละ 2 ถุง แต่ไม่ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน แต่มันก็ไม่แตกต่างเท่าใดนัก
การพยายามลดน้ำหนักใหม่อีกครั้งยากกว่าครั้งแรกหลายเท่ามาก ตอนนี้อยู่ที่ต่างประเทศ
การปรับเปลี่ยนอาหารการกินคอ่นข้างยากเพราะค่าครองชีพสูง ผักผลไม้ไม่มากชนิดเหมือนบ้านเรา
จึงอยากให้อาจารย์ท่านแนะนำการทานอาหารและการออกกำลังกายให้เหมาะกับสถานที่ที่ดิฉันอยู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ
ดิฉันจะพยายามทำตามมอย่างเคร่งครัด เอาจริงเอาจังไม่ใช่เพราะสุขภาพของดิฉันเท่านั้นที่จะดีขึ้น
เมือ่พ่อแม่และน้องดิฉันเห็นผลที่ดิฉันปฎิบัติตัวตามแนวทางชีวจิต พวกเค้าจะยอมดูแลสุขภาพโดยดีไม่ต้องคะยั้นคะยอให้เปลี่ยนวิถีการรับประทานอาหาร
วิถีการดำเนินชีวิตให้เหนื่อย ดิฉันอยากเห็นทุกคนในครอบครัวปลอดโรคภัยดังนั้น
ดิฉันจึงมีความตั้งใจสูงมากในการดูแลปฎิรูปสุขภาพตัวเองเสียใหม่เพื่อเป็นการปูทางแนวชีวิตที่ถูกต้องให้กับคนรอบข้าง
แต่ตอนนี้ดิฉันสับสนเพราะไม่รู้จะหาทางออกยังไง กับการปรับวิถีการเลือกอาหารเพราะที่อาจารย์แนะนำล้วนแล้วแต่หาได้ง่ายที่เมืองไทย
ซึ่งต่างจากที่นี่มาก แต่ก็ลองดัดแปลงโดยหาซื้อมูสลี่มาทานกับโยเกิร์ตและน้ำผลไม้กล่องมาดื่มในตอนเช้า
กลางวันไม่มีเวลาเพราะเรียน ก็จะทานผลไม้และขนมปังแข็ง 2 แผ่น ลแ 2 ผล
แอปเปิ้ล เย็นก็ทานแครอทสดๆ 4-5 หัวเล็ก บางวันก็จะพยายามหั่นแครอทและโขลกคั้นน้ำดื่มแต่ไม่ค่อยสะดวกในทุกวัน
เพราะอยู่กับครอบครัวอุปถัมป์ค่อนข้างมีปัญหาในการทำอะไรเป็นส่วนตัว
น้ำอาร์ซี ก็ลืมไปได้เลย เพราะไม่มีธัญพืชที่กล่าวมาขาย ร้านไทยในเมืองสต๊อกโฮมก็ไม่มีหาทุกที่ก็ไม่มีเลย
ไม่สามารถทำน้ำอาร์ ซี ดื่มได้ ผักสดผลไม้สดพอหาซื้อได้ของไทย แต่ด้วยฐานะในตอนนี้ไม่อาจซื้อได้
ของจากเมืองไทย พยายามดัดแปลงเอง ผัดกระหล่ำลกับเห็ดแชมปิญอง ปรุงรสเพียงซีอิ๊วขาว
1 ช้อนโต๊ะ ทานกับข้าวโอ๊ตต้มไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เกลือ ดื่มชาเขียว ที่ผลิตจากฝรั่งมังค่าในเมืองนี้
เป็นชาจากเปลือกมะนาวและใบต้นมะนาว ต้นกระเจี๊ยบที่เอามาจากเมืองไทยด้วยไม่ใส่น้ำตาลดื่ม
ดูไม่เป็นระบบระเบียบเลยนะคะ ดังนั้นจึงใคร่ขอความกรุณาจากอาจารย์แนะนำหนทางที่พอจะทำได้ในต่างประเทศด้วยนะคะ
เพราะคาดว่าตัวเองคงตั้งรกรากอยู่ที่ต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ ออกกำลังกายบางครั้งถ้ามีเวลาพอและอากาศอำนวยจะเดินรอบๆ
บ้าน 2-3 กม. แต่ดิฉันคิดว่าไม่เพียงพอ ดิฉันเพิ่งปฎิบัติตัวดังที่กล่าวมานี้ได้เพียง
1 อาทิตย์ 2 อาทิตย์เท่านั้นค่ะ แต่ก็เบาตัวขึ้นเยอะผลคงมาจากการลดปริมาณอาหารลง
แต่ผลที่ตามมาตอนนี้คือ ผมร่วงและเป็นเหน็บ ตะคริวง่ายและบ่อย ความดันรุ้สึกจะต่ำเพราะหน้ามือบ่อยๆ
คิวด่าน่าจะขาดวิตามินเลยซื้อวิตามินผสมโสมมาทานก็ดีขึ้นแต่ยังอ่อนเพลียนิดหน่อย
เพราะเรียนหนักมาก พยายามไม่เครียดแต่การเรียนการแข่งขันสูง จึงอดที่จะคิดมากไม่ได้
ดิฉันได้อ่านเจอหน้าปกหนังสือชีวจิตเล่มหนึ่งในปักษ์ที่ 81 ข้อความพาดหัวว่า
คนอ้วนเชยสโมสรนี้ จึงอยากทราบว่าปักษ์นั้นยังมีจำหน่ายหรือเปล่าเพราะน่าสนใจมาก
ดูจากข้อความพวดหัวไม่ว่าจะเป็น จำพรากจากเบาหวาน, สุขภาพใหม่ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
ดิฉันเสียดายมากที่พ่งเริ่มอ่านเอาจนเล่ม 81 ซะแล้ว คงพลาดคำแนะนำดีดี
ความรู้ดีดีจากนิตยารชีวจิตไม่น้อยอยากจะขอคำแนะนำจากอาจารย์ว่าควรทำยังไงดี
เพื่อจะได้อ่านหนังสือเล่มเก่าๆ ถ้าสมัครเป็นสมชิกจะได้เล่มเก่าๆ ด้วยหรือเปล่าคะ
อ่านในจดหมายจากผู้อ่านเรื่องขอบริจาคเล่มเก่าๆ ที่สมาชิกของหนังสือชีวจิตได้อ่านแล้วคงเป็นการบริจาคเพื่อคนส่วนมาก
ดิฉันขอคำแนะนำจากอาจาย์ด้วยร่ะ เพราะอยากอ่านเล่มเก่าๆ ที่ผ่านมาแล้วมาก
ตอนนี้ฝากเพื่อนที่เมืองไทยซื้อเป็นรายปักษ์และส่งมาให้ ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกเราพะฐานะทางการเงินไม่อำนวย
ขอขอบพระคุณอาจาย์เป็นอย่างสูงที่ชี้นำแนวทางที่ดีต่อสุขภาพของเพื่อนมนุษย์ทุกคนให้ทุกข์ทรมานจากโรคภัยน้อยลง
ท้ายนี้ขอให้อาจารย์และทีมงานทุกท่านสร้างสรค์สิ่งดีดีเพื่อสุขภาพเพื่อนมนาย์ต่อไปนะคะ
คนไทยคนหนึ่งจากอีกมุมโลกทางนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านดำเนินการปฎิรูปสุขภาพให้ดียิ่งๆ
ขึ้นไปโดยผ่านทางสื่อนิตยสารชีวจิตนี้เพื่อเพื่อนๆ ที่อยู่ทุกแห่งบนโลกจะได้มีสุขภาพดีกันทุกคน
ขอให้อาจารย์และผู้มีส่วนร่วมดำเนินงานผลิตสื่อดีดีนี้ จงมีแต่สิ่งดีดีในชีวิตสุขภาพกายและใจแข็งแรง
มีความสุขตลอดไป และอยู่คู่เพื่อนมนุษย์ผู้รักสุขภาพทั่วทุกมุมโลกตลอดกาล
ขอแสดงความนับถือ นราวดี นิส.

ตอบ คุณนราวดีครับ ดีใจที่ได้เพื่อนจากแดนไกลเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง ปัญหาของคุณนราวดีที่ถามมาก็เป็นประโยชน์ต่อตัวผมเองเป็นอย่างมากเสียด้วย
เพราะจะต้องคิดค้นหาคำอตบซึ่งจะต้องเหมาะสมสำหรับคนไทยที่ไปอยุ่ต่างแดนอย่างคุณนราวดีให้ได้
เรื่องปัญหาน้ำหนักมากไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนักหนาอะไรเลย ที่ผมคิดว่าหนักหนาสาหัสมากก็คือความคิดของเราที่มองตัวเองว่าเป็นอะไร
เพราะฉะนั้นอย่ามองตัวเองในด้านลบเป็นอันขาด อย่ามองดูตัวเองตรงนั้นตรงนี้แล้วก็รำถึงว่า
"ทำไมเราน่าเกลียดอย่างนี้" อย่าเป็นอันขาด รู้ไหมว่าคนอ้วนมีอะไรที่น่าน่าเอ็นดูหลายอย่าง
หลานของผมคนหนึ่งเอามือคลำพุงของเขาแล้วก็พูดอย่างภูมิใจว่า "คุณอารู้ไหม
กว่าจะเลี้ยงดูให้มันเจริญเติบโตน่ารักได้ขนาดนี้ ต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไหร่"
ว่าแล้วก็เอาพุงของเขากระแทกพุงของอาจนเซเกือบล้ม แล้วก็เดินยิ้มออกไปอย่างร่าเริง
เมื่อไม่มองตัวเองในแง่ลบแล้ว ก็จะสบายใจขึ้นเยอะเลย ขั้นต่อไปก็ควรจะดูว่า
เอเราไม่ได้กังวลว่าเราจะอ้วนแค่ไหนแล้ว ตัวเรารู้สึกสบายกายหรือเปล่า
เราอึดอัดไหม เราเหนื่อยง่ายๆ ไหม เราหายใจมีค่อยเข้าไหม ความดันของเราสูงไหม
โคเลสเตอรอลสูงเกินไปหรือเปล่า มีอาการของคนเป็นเบาหวานไหม มีอาการแบบคนโรคหัวใจหรือเปล่า
ถ้าคำตอบว่า YES หรือใช่ทั้งหมด นี่แหละคือจุดเปลี่ยนแปลงซึ่งเราจะต้องแก้ให้เร็วที่
สุดที่จะเร็วได้ เพราะคำตอบที่เราถามตัวเองและตอบว่าใช่ทุกคำถามนั้น
คือ คำตอบที่ว่าเราคงจะป่วยแล้ว และเมื่อป่วย อาการของเราแต่ละอาการมีแต่จะเลวลงๆ
และผลสุดท้ายก็จะหนักหนาสาหัสขนาดที่เราอาจจะป่วยหนัก หรือ ทรมานตัวเองจนรู้สึกเจ็บปวดมากมายจนทนไม่ได้
ตอนนี้ก็ต้องแก้ไขกันเป็นการด่วนแล้ว
เริ่มต้นแก้ด้วยอาหารก่อน อาหารไทยในสวีเดนคงหายาก ผมขอแก้ด้วยการเอาอาหาร
ฝรั่งเป็นหลักดังนี้
แป้งใช้แป้งที่ไม่ขัดขาว ถ้าหาข้าวได้ก็เอา BROWN RICE หรือถ้าเป็นขนมปังใช้ขนมปัง
WHOLE WHEAT หรือมันฝรั่ง (อบ-เผา-ปิ้ง) ปริมาณของแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด
50% ของอาหารแต่ละมื้อ
ผักสลัด - ผักต้ม (ถั่วฝักยาวกระป๋อง GREEN BEAN) บล็อคเคอรี่ กระหล่ำปลี
ปริมาณ 25%
โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วต่างๆ ถั่วแดง ดำ เหลือง ปริมาณ 15% รวมทั้งปลา
อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
เบ็ดเตล็ด สาหร่ายทะเล เมล็ดพืชกินเล่น (เช่นถั่ว เมล็ดฟักทอง) ผลไม้ซึ่งไม่หวาน
(ตัวอย่าง แพร์ แอปเปิ้ล) ซุปถ้วยเล็กๆ รวมแล้วปริมาณ 10%
การจัดอาหารให้ได้สัดส่วน 50% 25%15%10% นั้นจัดตามหมวดหมู่นี้ ให้สูตรข้างบนนี้
แต่การจะทำอหารให้อร่อยนั้น ไม่ต้องปรุงให้มาก ใช้อาหารง่ายๆ ปรุงรสง่ายๆ
แบบธรรมชาติก็อร่อยแล้ว ลองดูตัวอย่างเมนูซึ่งจะขอยกตัวอย่างให้ดูสักหนึ่งวัน
อาหารเช้า
มูสลี่หรือข้าวโอ๊ตสุก 1 ถ้วย เติมด้วยองุ่นแห้งสัก 1 ช้อนโต๊ะเติมด้วยโยเกิร์ต
1 ถ้วย ส้มหรือเกรฟฟรุ้ต 1/2 ถ้วย กล้วยหมอ 1/2 ลูก อาหารกลางวัน
ปลาทูน่านึ่งหรือทอด บีบมะนาว โรยเกลือเล็กน้อย
แอ๊ปเปิ้ลอบ 1 ลูก
น้ำผลไม้ 1 แก้ว
อาหารเย็น
ปลาตาเดียว 1 ชิ้น (10 กรัม) อบมะนาวโรยด้วยอัลมอนด์ฝานเป็นชิ้นบางๆ
หน่อไม้แอสปารากัสนึ่ง 1 ถ้วย
ข้าว (BROWN RICE) 1 ถ้วย
ซุปฟักทอง 1 ถ้วย
นี่เป็นตัวอย่างอาหารหนึ่งวันนะครับ และคงจเห็นแล้วว่าเป็นอาหารฝรั่งเกือบจะ
100% จะเป็นไทยอยู่บ้างก็ตรงที่มีข้าว BROWN RICE แซมอยู่บ้างเท่านั้น
คุณนราวดี ลองเอาไปปรับเข้ากับเมนูอาหารตามสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต 50% ผัก
25% โปรตีน 15% และเบ็ดเตล็ด 10% ดูนะครับ ลองทำรายการอาหารแต่ละหมู่ไว้
เช่น ผัก ตอนนี้จะมีผักชนิดไหนบ้าง เช่น กระหล่ำปลี เล็ตทัส บล็อคเคอรี่
เคล เหล่านี้ขึ้นทะเบียนไว้ให้หมด เวลาจะทำเมนูก็เลือกอาหารแต่ละอย่างที่ขึ้นทะเบียนไว้อย่างนี้จะทำให้การคิดเมนูง่ายขึ้น
และต้องตามด้วยวิตามินกลุ่ม ANTIOXIDANT วิตามิน A,C,D,E และ ZINC, SELENIUM
วันละเม็ดตลอดไปนะครับในขณะเดียวกันต้องออกกำลังกายอย่างหนักทุกวัน ที่สวีเดนมีกีฬาฤดูหนาว
และกีฬาประจำวันให้เลือกซึ่งขอแนะนำคือ
สกีระยะยาว (CROSS-COUNTRY)
เดินป่า - เดินเขา
วิ่งจ็อกกิ้ง
กระโดดเชือก
ขี่จักรยาน
กีฬาเหล่านี้ผสมกับการกินอาหารตามสูตร จะช่วยแก้อาการเกี่ยวกับหัวใจ
ความดันสูง และ การอ่อนเพลีย หายใจไม่ออกได้ดีนัก และแน่นอนจะช่วนให้น้ำหนักลดด้วย
เมื่อน้ำหนักลดแล้ว ก็อย่าลืมเล่นกีฬาเบาๆ หรือหนักปานกลางที่ชอบเป็นประจำด้วย
ถือหลักง่ายๆ ว่าจะเล่นอะไร ก็ควรจะเอ็นจอย อย่าไปฝืนทำเป็นอันขาดอย่าเครียด
อย่ากลุ้มใจ ความเครียดเป็นศัตรูสำคัญของการลดน้ำหนัก และโรคภัยไข้ เจ็บอื่นๆ
มากับการที่มีน้ำหนักเกิน
เรื่องหนังสือเล่มเก่าๆ ที่ถามมา รู้สึกว่าเล่มเก่าๆ ตั้งแต่ปีแรก ปีที่สอง
(เราทำเป็นรวมเล่มด้วย) จะหมดแล้วครับ ปีที่สามยังมีเหลืออยู่และก็กำลังจะรวมเล่มด้วย
ถ้าจะเป็นสมาชิกและต้องการเล่มเก่าย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีนี้ยังพอมีอยู่ครับ
ถ้าจะสมัครเป็นสมาชิกก็สั่งย้อนหลังมาได้เลย
|
|