|
ถาม :
|
เรียนอาจารย์สาทิส ที่เคารพ ปูไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
ปัญหาของปูจะคล้ายของน้อง พ.ศ. ที่ลงในฉบับที่ 63 คือ ผมบาง ตอนนี้ปูอายุ
32 ปี พ่อกับแม่ พี่น้องไม่มีใครผมบางเลย เมื่อก่อนเป็นคนผมหนามาก พอเริ่มมีครอบครัว
ต้องทำงานด้วยการเดินทางเข้า กทม. ทุกวัน เพื่อไปซื้อของมาขาย เป็นคนเหงื่อออกเยอะหัวจะแฉะ
แต่จะสระผมแค่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ตามความเชื่อว่า สระผมทุกวันแล้วผมจะร่วง)
พอมารู้สึกตัวอีกที ผมก็ร่วงมาก ลักษณะตรงโคนผมจะลีบมาก (เป็นเฉพาะตรงโคนผม)
ไปหาหมอรักษามาตลอดเกือบ 3 ปี หยุดร่วงมาก แต่ยังมีร่วงอยู่ ปัจจุบันตรงโคนผมไม่ลีบแล้ว
แต่รู้สึกรากผมไม่แข็งแรง เอามือสางดู ก็จะติดตามมือมาบ้าง เวลาหนังศีรษะเจอแดด
(ตอนเดินซื้อของ) จะคันยิบๆ ต้องสระเวลากลับมาถึงบ้านแล้ว ปัจจุบันไม่ค่อยคันแต่จะมีตุ่ม
เม็ดคล้ายสิวขึ้น เวลาเอานิ้วไปถูโดนก็จะเจ็บเหมือนกัน ปัจจุบันพยายามเลี่ยงที่จะเจอแดด
เพราะผมจะบางเฉพาะตรงกลางศีรษะเท่านั้น ประมาณกว่ามือกลาง รักษาตามคลีนิคประมาณ
4-5 แห่ง กับอีก 1 โรงพยาบาล ไม่เคยมีหมอคนใดจะแหวกผมดูหนังศีรษะเลย
มีแต่บอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ ตอนนี้ (เริ่มประมาณ 1 เดือนมาแล้วที่ทาน)
ทาน BIOTIN 600 MG. วันละ 2 เม็ด B-COMPLEX VITAMIN AND YEASTS วันละ
2 เม็ด น้ำมันปลา SALMON OMEGA-3 วันละ 2 เม็ด ปูไม่รู้จะปรึกษาใครแล้ว
ต้องสระผมทุกวันพยายามลองเกือบทุกวิธี แต่ก็ยังหลุดร่วงง่ายเหลือเกิน
เรื่องอาหารก็พยายามดูแล และเลือกแต่อาหารที่มีประโยชน์เข้าร่างกาย เนื้อวัว
เนื้อหมูไม่ทาน พยายามที่จะเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่หาได้เร็วสุดคือ 3 ทุ่ม
เรื่องเครียด มีพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องคนอื่นที่เขามีทุกข์ เป็นคนเจ้าอารมณ์บ้าง
ถ้าน้องๆ ที่ร้านทำผิด ตื่นนอนปกติก่อน 5.30 น. สับสนบ้าง แต่ปูพยายามถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกจริงๆ
เพราะปูพยายามบอกหมอทุกคนที่ไปหาแล้วแต่ไม่มีใครเข้าใจถึงปัญหาปู ปูอยากมีผมเหมือนเดิมมากๆ
เลย อยากให้อาจารย์สาทิสแนะนำปูหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้ามากค่ะเคารพอาจารย์**ปูสอดเส้นผมมาให้อาจารย์ดูเป็นตัวอย่างด้วยค่ะ
คุณปูครับ เรื่องผมร่วงและวิธีแก้เคยเขียนไว้อย่างละเอียดนานมาแล้วครับ
แต่ไม่เป็นไร คราวนี้ขอรวบรวมใหม่สั้นๆ ไว้อีกทีแรกทีเดียวต้องแน่ใจเสียก่อนนะครับว่าคุณปูไม่มีโรคอะไรเกี่ยวกับผิวหนัง
อย่างเช่น โรคเรื้อนกวาง (PSORIASIS) ซึ่งมักจะมีอาการผิวหนังเป็นผื่นเป็นปื้น
แล้วตกสะเก็ดเป็นแผ่นบางๆ คันมาก เวลาเกาก็จะร่วงออกมาคล้ายกับรังแค
หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะเป็นโรคผิวหนังอย่างอื่น เช่น กลาก เกลื้อน เป็นต้น
ให้คุณหมอตรวจดูให้ละเอียดเสียก่อนก็ดี ถ้าเป็นหรือมีอาการ รักษาโรคผิวหนังเสียก่อน
แล้วอาการผมร่วงจะดีทันที นอกไปจากนี้ สาเหตุอื่นๆ ก็ยังทำให้ผมร่วงได้
อย่างเช่น ผู้ป่วยมะเร็งพอรับเคมีบำบัดสักครั้งสองครั้ง จะเกิดการแพ้
ผมร่วงจนหมดศีรษะ อย่างนี้เป็นต้น สำหรับคุณที่ผมร่วงเพราะแพ้เคมีบำบัด
พอรับเคมีบำบัดครบคอร์สแล้ว อีกประมาณ 2-3 เดือน ผมก็จะงอก และคราวนี้จะดกและงามเป็นมันกว่าเดิมเสียอีกครับ
ถ้าไม่ใช่จากสาเหตุเหล่านี้ ก็มีสาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือขาดอาหาร
ขาดอาหารในที่นี้ มีความหมายสองอย่าง อย่างหนึ่งคือขาดอาหารเพราะความอดอยาก
หรือไม่มีจะกินจริงๆ อดอยากแบบนี้ผมจะร่วงโกร๋นเหมือนกัน สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สองใหม่ๆ
การอดอยากอาหารมีมากทั่วโลก และที่อดอยากมากที่สุดก็คือที่อาฟริกา การอดอยากแบบนี้มีอาการบวมทั่วตัว
โดยเฉพาะที่ท้องจะบวมแบบที่เรียกว่าท้องมาน และก็แน่นอนจะมีอาการผมร่วงโกร๋นด้วย
โรคนี้มีชื่อเป็นภาษาพื้นเมืองว่า ควาชิโอคอร์ (KWASHIORKOR) เกิดโรคนี้มากที่สุดในประเทศกานา
อาฟริกาตะวันตก ความที่ประชาชนในกานาเป็นโรคนี้ขาดอาหารแบบนี้มากมายเหลือเกิน
สหประชาชาติส่งคนเข้าไปศึกษาในกานาค่อนข้างจะแปลกใจ เพราะไม่เคยพบโรคขาดอาหารแบบเหมือนโรคระบาดอย่างนี้มาก่อนเลยเอาชื่อพื้นเมืองของกานามาตั้งเป็นชื่อโรค
และยังใช้ในวงการแพทย์ปัจจุบัน ว่าโรคขาดอาหารซึ่งเกิดเพราะความอดอยากจริงๆ
และจะมีอาการผิวหนังใสๆ ขาบวม ท้องบวม ผมร่วงนี้คือ โรคควาชิโอคอร์ นี้เอง
ความหมายของโรคขาดอีกอย่างหนึ่งนั้นเกิดขึ้นเพราะบริโภคผิด (HALNUTRITION)
ไม่ใช่เพราะความอดอยาก แต่เพราะกินอาหารผิดๆ และอาหารที่กินผิดๆ นั้นมักจะเป็นอาหารแพงๆ
และเป็นอาหารอร่อยๆ เสียด้วย อย่างเช่น อาหารประเภทจานด่วน ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมขณะนี้เป็นต้น
เมื่อชอบกินอาหารประเภทจานด่วน แล้วก็มักจะตามด้วยอาหารหวานมัน ขนมเค็ก
ช็อคโกแลต ไอศกรีม น้ำอัดลม ฯลฯ ถ้าคุณปูกินอาหารเข้าในลักษณะนี้ (และไม่ได้เป็นโรคผิวหนังอย่างใดอย่างหนึ่ง)
ก็จะทำให้ผมร่วงได้ง่าย สารอาหารสำคัญซึ่งเป็นสาเหตุของผมร่วงก็คือ การขาดโปรตีน
ไม่ได้หมายความว่าอดอยากนะครับ แต่โปรตีนชนิดที่มาจากอาหารยอดนิยมมากเกินไปนั้นก็เป็นร่วงหนึ่งที่ทำให้ผมร่วง
ผสมกับการขาดโปรตีนที่ดี เช่น โปรตีนจากพืช ก็จะมีส่วนทำให้อาการผมร่วงนั้นเป็นมากขึ้น
นอกจากนั้นวิตามิน และแร่ธาตุ หลายตัวมีส่วนที่จะช่วยให้ผมดกดำ ซึ่งคงจะต้องพูดกันอย่างละเอียดและยืดยาวอีกสักครั้ง
เฉพาะตอนนี้ขอตอบสั้นๆ ว่า คุณปูลองเปลี่ยนอาหารและเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุดังต่อไปนี้
ใช้โปรตีนจากพืชแทนเนื้อสัตว์ โปรตีนจากพืชได้แก่ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วแดง
ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และผลิตผลจากถั่วเช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร
เป็นต้น
ให้เพิ่มโปรตีนเนื้อสัตว์โดยใช้ปลาทะเลแต่เพียงอย่างเดียว เพิ่มปลาทะเลได้อาทิตย์ละ
2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 200 กรัม
อาหารอื่นๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต ผักและเบ็ดเตล็ดใช้ตามสูตรชีวจิต (ข้าวซ้อมมือปริมาณ
50% ผัก 25% โปรตีน 15% และเบ็ดเตล็ด 10% )
วิตามิน BIOTIN นั้นดีสำหรับเส้นผมอยู่แล้ว ขอให้เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุตามสูตรใหม่ดังนี้
วิตามิน A 10,000 I.U. (1 เม็ด)
วิตามิน B1 50 ม.ก.
วิตามิน B2 100 ม.ก.
NIACINAMIDE 50 ม.ก.
วิตามิน B6 100 ม.ก.
FOLIC ACID 400 ไมโครแกรม
BIOTIN 2000 ไมโครแกรม
วิตามิน C 500 มก.
สังกะสี 100 มก.
อาจจะดูเหมือนให้กินวิตามินมากเหลือเกิน แต่อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ทั้งหมดนี้ขนาด
ม.ก. อาจจะดูเหมือนมาก แต่แท้ที่จริงนั้นเป็นขนาดเม็ดมาตราฐานอยู่แล้ว
จริงๆ ก็คือกินเพียงอย่างละเม็ดเท่านั้นเอง และให้กินประมาณหนึ่งเดือนทุกวัน
หลังจากนั้นก็ลดลงมาเพียง อาทิตย์ละ 2 ครั้งก็ได้ และยังมีสูตรโบราณคือ
การปลูกงาแล้วมาขยี้หนังศีรษะอีกครับ แต่อยากจะให้ลองใช้วิตามิน-แร่ธาตุดูก่อน
และถ้ามีผู้อ่านสนใจเรื่องการปลูกงาบำรุงผม ก็จะแนะนำวิธีปลูกงากันต่อไป
ตอนนี้ใช้แบบง่ายๆ วิตามินสำเร็จรูปไปก่อนนะครับ
|
|