ถาม :


ถาม : สวัสดีค่ะ คุณลุงสาทิสและคุณป้าโฉม
หนูชื่อส้มโอนะค่ะ คือมีเรื่องกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคนที่ตัวโอรักมากที่สุดจะถามน่ะคะ
คือว่า คุณแม่ของโอเป็นคนที่ผอมมากแบบว่าต่ำกว่ามาตราฐานเลยนะคะ คุณแม่ของโออายุประมาณ 48-49 ค่ะ ที่โอว่ามาตราฐานคือคุณแม่ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล หรือบางทีเขามาตรวจที่โรงเรียนนี่แหละค่ะ คุณแม่ของโอเป็นอาจารย์สอนคณิตน่ะคะ เขาบอกว่าคุณแม่ได้มาตราฐานทุกอย่างยกเว้นไขมันต่ำกว่ามาตราฐานพอสมควร โอว่าคุณแม่ของโอเป็นคนที่ท่านเยอะพอสมควรนะคะ เพียงแต่ไม่ชอบทานเนื้อสัตว์จะทานเป็นเต้าหู้หรือพวกถั่วแทน และชอบทานมังสวิรัติมาก พวกเราทานมาได้เกือบ 10 ปีแล้วมังคะ แต่ไม่ถึงกับเป็นมังฯ เลยนะคะ โอและน้องก็ยังทานเนื้อกันอยู่ยกเว้นเนื้อวัว เพราะกลิ่นแรงมาก หลังจากนั้นไม่นาน คุณแม่ก็พบ หนังสือ 4 เล่ม ที่คุณลุงเขียนออกมา ตอนแรกโอว่าคุณแม่ซื้อมะเร็งแห่งชีวิตมาก่อน (คุณแม่ของโอเคยเป็นมะเร็งเต้านมแต่ตอนนี้หายแล้ว เพราะดื่มน้ำผัก-ผลไม้ และทานชีวจิต) แล้วคุณแม่ก็ชักชวนให้ลูกๆ และเพื่อนๆ อ่าน ส่วนคุณพ่อก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้างตามเวลาว่าง คุณแม่ก็เลยเปลี่ยนมาทำน้ำผัก-ผลไม้ คั้นสดๆ ให้ดื่มซึ่งโอและหวาน (น้องค่ะ ชื่อเต็มๆ มะขามหวาน) ชอบพวกน้ำผลไม้มากกว่า แครอท สับปะรด ฝรั่ง และส้ม ส่วนพวก เซเลอรี่ ผักโขม หรือมะระ ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหรแต่ก็ต้องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่พวกเราก็ยังดื่มปริมาณเดิมนะคะ ยกเว้นแครอทเพราะค่อนข้างแพงอยู่ซักหน่อย อย่างไรก็ตามคุณแม่ก็ยังไม่อ้วนขึ้นอยู่ดี ไม่ว่าจะทานมากเท่าไรแถมคุณแม่ชอบทำงานด้วยค่ะ บางครั้งทำจนลืมเวลานอน แล้วตื่นมาดูแลลูกๆ อีกในตอนเช้า คุณลุงว่าโอสามารถช่วยอะไรคุณแม่ได้บ้างคะ พวกงานบ้าน คุณแม่ก็จะแบ่งให้พวกเราทำ พอพวกเราทำเสร็จก็คืออ่านหนังสือ แต่คุณแม่ก็ยังเจองานบ้านอย่างอื่นอีก แล้วก็ทำไป ไม่ให้ลูกๆ ช่วย ชอบอ้างว่าลูกต้องอ่านหนังสือ บางทีโอก็ไม่ช่วยเองแหละค่ะ รู้สึกว่าตัวเองนิสัยเลวพอสมควร แล้วโอสมควรจะทำอย่างไรดีค่ะ ตอนนี้โออายุ 19 สอบผ่านมหาวิทยาลัยไปแล้วเมื่อปี 42 แต่คิดจะสอบใหม่เอาใกล้บ้าน เลยต้องทวนกันใหม่อีกค่อนข้างมาก ตอนนี้มาปัญหาของโอมั่งคือเมื่อปี 43 โอได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา แล้วได้แม่เป็นสาวทำงานอยู่ตัวคนเดียว ตัวเขาค่อนข้างท้วมค่ะ คือ อ้วนเลย แถมเขาไม่ค่อยสูงซักเท่าไร แล้วพวกเราก็ไม่เคยทานอาหารตามสุขภาพเลยนะคะ มื้อเช้าเป็น fast food ทุกเช้าเลย เพราะสะดวกมาแค่ขับรถผ่านหน้าต่างแล้วซื้อทานในรถระหว่างทานไปโรงเรียนหรือทำงานเลย ก็จะเป็นพวกเบอร์เกอร์กับน้ำอัดลม เพราะน้ำเปล่าจะแพงมากกว่า ตอนกลางคืนเขาก็ยังทานพวก fast food ครบชุด เบอร์เกอร์ French fried และน้ำอัดลมเขาชอบดื่ม Idiet coke มาก เขาบอกน้ำตาลไม่ค่อยมีแต่รสชาติหวานกว่า coke ปกติอีกนะคะ เพื่อนเขาก็เหมือนกัน ตัวขนาดเท่าๆ กันเลย แถมเขาชอบทานชีสมาก พวกผักก็ทานได้แต่ไม่ทานมะเขือเทศกับหัวหอมเลย แต่เขาชอบแตงกวาดองในเบอร์เกอร์มากเลยค่ะ ส่วนอาหารกลางวันที่โรงเรียนก็มีให้เลือกตามปกติของโรงเรียนรัฐ ก็จะเป็นเบอร์เกอร์ พิซซ่า และสลัด ส่วนมากโอก็เอาสลัด เอาชีสออก โอไม่ชอบชีสเลย บางครั้งไม่มีเวลาทาน ก็กดเอาตามตู้เป็นพวกคุ๊กกี้หรือมันฝรั่ง ส่วนน้ำโอไม่เคยดื่มตามตู้เลย เพราะเพื่อนโอเขาเคยเห็นคนบ้วนน้ำลายลงไปหรือเอาปากไปจ่อกับรูตาน้ำเลย ก็เลยซื้อเอา ซึ่งโอก็จะดื่มพวกสไปรท์ น้ำผลไม้ หรือน้ำเปล่า โอไม่ค่อยชอบน้ำอัดลมใส่สี ดื่มทีไร ฟันของโอจะรู้สึกแปลกๆ คล้ายมีอะไรสักอย่างติดอยู่ที่ฟัน ตกเย็นเราไปทานข้างนอก จานจะใหญ่มากเลยค่ะ ถ้าจะแบ่งกับเขาก็ไม่ได้ เพราะเขาจะทานได้หมด โอก็ต้องพยายามทานให้หมด เคยมีครั้งนึงโอต้องนั่งทานเกือบ 2 ชม. กว่าจะหมดจาน ต่อจากนั้นก็กลับบ้านหรือทำกิจกรรมอื่นๆ บางครั้งอาหารเย็นของเรา 6 โมง บางครั้ง 2 ทุ่ม 4 ทุ่ม ก็มี ตามสภาพเวลาอำนวย สรุปโอทานเยอะมาก ยิ่งขนมเค้ก ไอศกรีม ช็อคโกแลต บ่อยมากเกือบทุกวัน เพราะเขาชอบและจะซื้อมาฝากตลอด ผลไม้ก็ได้ทานนะคะ แต่ไม่บ่อย เพราะเราจะไม่มีเวลาไปซื้อในร้าน กีฬาก็ไม่ได้เล่นมากมาย สมัครเข้าทีมโรงเรียนไม่ได้เพราะอายุเกินเกณฑ์ เลยใช้วิธีพาสุนัขเดินเล่นตอนเช้าบางครั้งก็ตอนเย็นด้วย ส่วนเขาไม่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ก็นั่งดูโทรทัศน์ ตอนก่อนไปโอหนักแค่ 54 กก. ตอนนี้ 70 กก. แล้วค่ะ โอสูง 165 ซม. อ้วนมากเลยใช่ไหมคะ แถมคนที่นู่นตัวโตกว่าโอตั้งเยอะ เลยไม่ค่อยมีความรู้สึกตัวเองอ้วนขึ้นมากขนาดนี้ พอโอกลับมาคุณแม่ให้ทำดีท็อกซ์ ตอนทำครั้งแรกรู้สึกกลัวมากเลยคะ ความรู้สึกบอกไม่ถูก ชั่งใจตั้งนานกว่าจะตัดสินใจทำพอทำแล้วก็ดีขึ้นค่ะ ทำมาได้ 3-4 วันแล้วคะ อาหารก็ลดลงเน้นเช้า-กลางวัน ตอนเย็นก็ทานมั่งไม่ทานมั่ง ออกกำลังกายตอนเช้า 15-20 นาที โอยังพูดกับคุณแม่เลยเราน่าจะไปรำกระบองที่สวนจตุจักรดูนะคะ ตอนนี้ที่โอควบคุมอาหาร ทำดีท็อกซ์ ออกกำลังกาย น้ำหนักไม่เห็นลดเลยค่ะ กังวลมาก พวกเสื้อผ้าต้องใส่แต่ของที่ซื้อที่นู่น ใช้ของที่นี่ไม่ได้เพราะหาขนาดไม่มี เนี่ยกลุ้มมากพอสมควร เจอเพื่อน เขาก็บอกว่า "โหโอ อ...อวบขึ้นนะเนี่ย" คงถนอมน้ำใจกันพอสมควร โอก็หวังว่าจะลดได้จากสูตร 14 วัน อีกอย่างโอเป็นคนผิวมันมากค่ะ หน้าก็เป็นสิวเยอะ แผลเป็นก็มีนะคะ จะทำอย่างไรดีคะ สูตรเกือบทุกชนิดจะมีผลกับหน้าของโอแค่ 2-3 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีผลอีกเลยค่ะ แถมตอนที่อยู่นู่นแพ้อากาศตรงระหว่างอกถึงคอทั้งข้างหน้าและข้างหลังเลยเป็นผื่นไม่หายอีก ตอนนี้ที่โอเป็นห่วงก็คือ แม่ของโอทั้งทางนี่และทางนู้น ทางนี้ผอมเกิน ทางนู้นอ้วนเกิน แถมทางนู้นยังมีปัญหาเรื่องหลังของเขาปวดบ่อยมากเลยค่ะ ขาด้วย คือเขานั่งทำงานเกือบทั้งวันเลยน่ะค่ะ คอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์เงี้ยะ ห้องทำงานของเขาก็อึดอัดเหลือเกิน จะว่าไปก็ใหญ่กว่าห้องของคนอื่น แต่งานเอกสารเงี้ยกองเต็มไปหมด แถมเป็นห้องแอร์ปูพรมซะอีก เครื่องใช้ไฟฟ้ารอบตัวไปหมด สิ่งบันเทิงของเขาอย่างเดียวก็คงเป็นวิทยุซีดีที่เขาใช้เปิดฟังเพลงเท่านั้นแหละคะ แล้วโอควรจะช่วยเขาอย่างไรดีคะ โอเขียนมาซะเยอะเลย คงจะรบกวนคุณลุงสาทิสพอสมควร แต่อย่างไรก็ช่วยตอบปัญหาของโอด้วยนะคะ บางทีเราน่าจะได้คุยกัน หวังว่าคุณแม่คงพาโอไปฝึกกระบองที่สวนจตุจักรวันใด วันหนึ่ง โออยากจะเป็นคนทำอาหาร ตอนเนี่ยก็เริ่มๆ ทำแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับเปิดตามสูตรอาหารชีวจิตจัดนะคะ แค่ผัดผักหรือก๋วยเตี๋ยวประมาณเนี่ยแหละค่ะ อยู่ที่นู่นโอทำผัดไทย, ก๋วยเตี๋ยว และผัดผักให้แม่, เพื่อน และเพื่อนของแม่โอทานด้วยแหละคะ เขาชอบกันมากเลย โดยเฉพาะผัดไทย อันที่จริงจะทำราดหน้าให้เขาทานด้วยแต่เวลาไม่ลงตัวเลยอดเลย โอทำเต้าส่วนด้วยแหละคะ สุดท้ายก็ขอให้คุณลุงสาทิสและคุณป้าโฉม มีความสุขมากมากนะคะ ช่วยดูแลสุขภาพของคนไทยอย่างนี้อีกนานๆ แล้วโอจะเขียนจดหมายมาหาคุณลุงอีกนะคะ หวังว่าคงไม่รบกวนเกินไปด้วยความรักและเคารพอย่างสูง
ส้มโอ


ตอบ :


ตอบ หนูส้มโอเจ้าขา จดหมายของหนูอ่านเพลินดีจริงๆ และลุงก็ชอบตรงที่หนูเขียนมาเปิดเผยดี ตรงไปตรงมาดี ว่าที่จริงการได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกานี้ก็เป็นของดีตรงที่หนูสามารถจะเรียนรู้สังเกตสิ่งรอบตัวของเราอย่างเปิดเผย และที่ดีที่สุดก็คือหนูได้มองชีวิตของคนอเมริกันตามความเป็นจริง และหนูก็ยังเป็นตัวของตัวเองได้ จะเสียอยู่อย่าง (ความจริงหลายอย่าง) ก็ตรงที่ชีวิตครอบครัวที่หนูไปอยู่ด้วยนั้นเป็นชีวิตอเมริกันแท้เกินไป กินอยู่หลับนอนแบบคุณแม่สาวโสด ชีวิตขึ้นอยู่กับฟาสท์ฟู้ด จาก 54 ก.ก. มากลายเป็น 70 ก.ก. อยู่อย่างนี้แหละ แต่ลุงก็ว่าหนูโชคดีมากๆ ที่ได้คุณแม่ที่น่ารักทั้งสองคน คุณแม่ทางเมืองไทยนั้นน่าเทอดทูนน่าเคารพที่สุดแล้ว คุณแม่ทำงานหนักอุทิศตัวให้กับลูกจริงๆ คุณแม่อเมริกันก็น่ารักอีกเช่นกัน แม้ว่าชีวิตในบ้านจะขึ้นอยู่กับการกินอาหารนอกบ้าน แต่คุณแม่ก็คงรักหนูมาก แม่กินอยู่อย่างไรก็ให้หนูกินอย่างนั้น และคงจะด้วยความรักและเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าตัวเองมีอย่างไรก็ให้ลูกเท่ากันกับตัวเองทุกอย่าง ไม่มีรังเกียจเดียดฉันท์เลยนี้แหละ หนูจึงได้เห็นใจรักและเป็นห่วงแม่มาก และแม่ทั้งสองคนก็โชคดีที่ได้ลูกซึ่งรักและเป็นห่วงแม่เหมือนอย่างหนู เอาละ หน้ากระดาษค่อนข้างจะจำกัด ลุงจะรีบตอบปัญหาของหนูก่อนดีกว่าปัญหาของหนูมี 3 ปัญหา คือ คุณแม่เมืองไทย คุณแม่อเมริกัน และตัวหนูเอง คุณแม่เมืองไทยนั้นหนูเป็นห่วงว่าคุณแม่จะผอมเกินไป และคุณแม่จะทำงานหนักเกินไป นอนตีสาม ตีห้า อย่างนี้คงจะทำงานหนักมากๆ แน่ แต่เรื่องผอมเกินไปนี่ หนูจะกลัวเกินเหตุไปหรือเปล่า หนูไม่ได้บอกมาว่าคุณแม่สูงเท่าไหร่ และน้ำหนักเท่าไหร่ แต่ผอมเกินไปตามที่ตามองเห็นนั้น หนูอาจจะมองข้ามความจริงไปอย่างหนึ่งว่า ผอมหรืออ้วนไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเมื่อผอมแล้วแข็งแรงสุขภาพดีหรือเปล่า เข้าใจว่าคุณแม่ของหนูคงจะน้ำหนักอย่างนี้มานานแล้ว และก็คงจะแข็งแรงสุขภาพดี และที่ว่าคุณแม่ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ได้มาตรฐานทุกอย่างยกเว้น "ไขมันต่ำกว่ามาตรฐานพอสมควร" นั้น คืออย่างไรเล่าหนู เวลาเขาตรวจเลือด ตัวที่เกี่ยวกับไขมันก็มี CHOLESTEROL, TRIGLYCERIDE, HDL และ LDL ไม่ทราบว่าเป็นไขมันตัวไหนแน่ คุณแม่ทานมังสวิรัติมาหลายปี ก็เป็นไปได้ว่าไขมันจะต่ำ และถ้า CHOLESTEROL ต่ำ แต่ไม่ต่ำจนเกินเหตุก็คงจะเป็นเพราะกินมังสวิรัติมาเรื่อยๆ และการเป็นคนผอมหรือค่อนข้างผอมอย่างนั้น ก็คงจะปกตินะ ลุงว่า ถ้าจะให้แน่ๆ ก็คงต้องเอาผลตรวจเลือดของคุณแม่มาให้ลุงดูหน่อยก็จะบอกได้แน่นอนว่าไขมันต่ำผิดปกติจนมีอะไรที่ต้องแก้ไขด่วนหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้น้ำหนักของคุณแม่เพิ่มขึ้นมาบ้างนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ลองให้คุณแม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งให้มากขึ้น เพิ่มโปรตีน ให้มากขึ้นกว่าเดิม พักผ่อนมากขึ้นกว่าเดิม และก็แน่นอน อย่าเครียดให้มากนัก การจะให้น้ำหนักขึ้นไม่น่าจะเป็นปัญหาเลย แต่ถ้าจะให้ดีขอให้ลุงดูผลการตรวจเลือดเสียก่อนนั้นแหละจะดีที่สุด สำหรับคุณแม่อเมริกันและตัวหนูส้มโอเองนั้น ลุงคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือเรื่องอาหาร หนูไปอเมริกาอยู่กับคุณแม่อเมริกัน กินอาหารฟาสท์ฟู้ดเป็นประจำแบบอเมริกัน เบอร์เกอร์เอย เฟร้นช์ฟรายเอย พิซซ่าเอย ไอศกรีม ช็อคโกแลต ขนมเค้ก โอย อย่าให้จาระไนเลยหนูเอ๋ย น้ำหนักจาก 54 ขึ้นมาเป็น 70 ก.ก. ของหนูนะไม่น่าแปลกใจเลย คุณแม่อเมริกันของหนูนั้น ไม่ต้องพูดถึงหรอก ถ้าเดาไม่ผิด ลุงว่าเฉียด 90 หรือ 100 ก.ก. เป็นแน่ เอาละ ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งที่แล้วๆ มา ลุงว่าหนูโชคดีที่รู้จักเป็นห่วงตัวเองและเป็นห่วงคุณแม่อเมริกัน ถ้าหนูเป็นห่วงตัวเองและใจแข็ง ลุงเชื่อว่าหนูจะแก้เรื่องน้ำหนักมากไปได้แน่นอน และหนูก็ควรจะเริ่มทำและแก้แต่เดี๋ยวนี้ด้วย ลุงเชื่อว่าหนูทำได้ เพราะหนูเป็นเด็กฉลาดและรู้จักคิด พอดีลุงเขียนเรื่องอาหาร-ความอ้วนไว้ในฉบับนี้แล้ว ลองอ่านดูและถ้าใจแข็งจริงๆ ก็ลองทำตามสูตรอาหารที่ลุงแนะไว้ในฉบับนี้ก็ได้ และหลักสำคัญที่สุดก็คือ เปลี่ยนสูตรอาหารแล้วก็ต้องออกกำลังกายคู่กันไปด้วย เออ ลุงได้ความคิดอย่างหนึ่งแล้ว ตอนนี้หนูคงจะโรงเรียนปิดแล้ว จะลองมาเข้าค่ายซึ่งชมรมชีวจิตเขาจัดกันไหมเล่า ลุงจะช่วยพูดให้ ไม่ต้องเสียเงินหรอก สำหรับคุณแม่อเมริกันนั้น ลุงว่าจะเป็นเรื่องยากมากนะ ยากในที่นี้ไม่ใช่วิธีแก้ยาก แต่อยู่ที่ใจ คุณแม่อเมริกันของหนูติดอยู่กับชีวิตและพฤติกรรมในการกินอยู่แบบเก่าคือ "ใช้ชีวิตความเป็นอยู่นอกบ้าน และอาหารการกินแบบฟาสท์ฟู้ดจนหมดตัวเสียแล้ว ที่มันจะยากที่สุดก็ตรงแก้นิสัย หรือการทำใจนี่แหละ ลุงว่าคุณแม่อเมริกันก็คงจะรู้นะว่าโทษของการกินอาหารแบบนี้นั้นเป็นอย่างไร และจากความอ้วนที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้นั้นมันไม่สบายอย่างไร สุขภาพก็เลวลงหลายๆ ด้านอย่างไร คุณแม่คงจะรู้แล้ว แต่แก้ไม่ได้ เพราะใจยังไม่แข็งพอ ทำอย่างไรดีล่ะ ลองชวนคุณแม่อเมริกันมาเมืองไทยบ้างไหมเล่า แล้วเราช่วยกันจับตัวคุณแม่ให้ตัดใจเรื่องอาหารฟาสท์ฟู้ดให้ได้ ถ้าทำใจได้ เรื่องลดความอ้วนก็แก้ได้แน่นอน



ติดต่อwebmaster     Email : webmaster@krabong.com