ถาม :


ถาม : กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.สาทิส
ดิฉันชอบอ่านหนังสือชีวจิตและหนังสือที่อาจารย์เขียน ติดตามมาตลอดและปฎิบัติตัวตามแนวชีวจิต มาได้เป็นระยะเวลา 2 ปีกว่าแล้ว รู้สึกดีมากๆ เลยกับแนวทางชีวจิตเพราะช่วยแก้ปัญหาชีวิตมนุษย์ได้จริงและได้หมดทุกๆ เรื่องด้วย (ถ้าปฎิบัติตามได้)
แต่สำหรับดิฉันปฎิบัติตามและเชื่อในหนังสือที่อาจารย์เขียนทุกๆ ตัวอักษร เพราะตั้งแต่เด็กมากินอาหารผิดๆ (ผิดโภชนาการมาตลอด) 36 ปี พอได้อ่านหนังสือของอาจารย์ก็ได้เห็นแสงสว่าง หลุดพ้นจากความทุกข์เสียที ก่อนที่ยังไม่ทานอาหารชีวจิต เป็นผู้หญิงอ้วน ผิวแห้งมากแตกลายเจ็บ, ท้องผูก, ภูมิแพ้, อ่อนเพลียง่าย, น้ำตาลในเลือดต่ำ เบื่อหน่ายโลกอยากแต่จะนอนๆ แต่พอได้อ่านหนังสือดีๆ ดิฉันก็ปฎิบัติตามเองที่บ้าน ผลออกมาดีมากๆ วิเศษที่สุด ชีวิต, จิตใจ, ความคิดและมองโลกในแง่ดีขึ้น เหมือนได้เปลี่ยนชีวิตใหม่จริงๆ เลยค่ะ
แต่ก็เหลือปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ ตั้งแต่เด็กมาจะเป็นคนถ่ายลำบากมาก หลังถ่ายแล้วแสบก้นมาก เพิ่งมาเจอสาเหตุเมื่อเร็วๆ นี้ เพราะถ่ายเป็นมูกเลือด กินยาที่คลินิคเป็นเวลา 2 เดือนก็ไม่หาย เลยไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจมะเร็งลำไส้ จึงได้ทราบว่าลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอักเสบมากและโรคประหลาดอีกคือ ก้นตีบต้องผ่าตัด หมอจ่ายยาอักเสบ ก็แพ้ยา ผื่นขึ้นเต็มตัว ก่อนหน้านี้ก็แพ้ยามาแล้ว คือกลุ่มซัลฟา, แพนนิซซิลิน ดิฉันอยากทราบว่า ถ้าไม่ทานยาปฎิชีวนะ จะมีวิถีใดบ้างที่จะรักษาลำไส้อักเสบให้หายขาดได้ แต่ตอนนี้ทานยาที่หมอให้มาอยู่ คือ 250 mg 2 เม็ด เช้า-เย็น และ 400 mg 1 เม็ด เช้า-กลาง-เย็น ทานแล้วผิวแห้งมากๆ เลย ขนาดทานน้ำเอนไซม์ช่วยทุกๆ วัน ก็ยังแห้ง สุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์มากๆ ขอให้สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขตลอดไป ขอแสดงความนับถือ คุณแม่ลูกสาม

ตอบ :

ตอบ คุณแม่ลูกสามครับ
โรคก้นตีบที่เห็นจะเป็นโรคประหลาดอย่างที่คุณแม่ลูกสามว่าเสียแล้ว หมอบอกกับคุณอย่างนั้นแน่ๆ หรือครับ แล้วเขาอธิบายกับคุณ ม.ส. (ย่อมาจากแม่ลูกสาม) หรือเปล่าว่า ลักษณะและอาการของโรคก้นตีบนั้นเป็นอย่างไร และจะต้องผ่าตัดแน่นอนหรือ ป่านนี้ผ่าไปแล้วหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ คุณ ม.ส. ถามรายละเอียดให้มากกว่านี้ได้ไหม ผมออกจะเป็นห่วง ที่ว่าถ่ายเป็นมูกเลือดนั้นเกี่ยวกับโรคติดเชื้อหรือเปล่า หรือว่าเป็นเพราะริดสีดวง ถ้าหากเป็นริดสีดวง ริดสีดวงก็อาจจะโตมาก เวลาถ่ายจะมีเลือดออก แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าตัด หรือว่าอาจจะพบก้อนเนื้อที่ส่วนปลายลำไส้ใหญ่ (ก้อนเนื้ออาจจะเป็นก้อนเนื้อธรรมดา หรือ เนื้อร้ายก็ได้) แพทย์จึงจะให้ผ่าตัด คุณก็เลยคิดว่าเป็นโรคก้นตีบ อย่างนั้นหรือเปล่าครับ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าควรจะถามแพทย์ผู้รักษาคุณให้ละเอียด และคุณควรจะเข้าใจหรือรู้จักโรคของคุณเป็นอย่างดี ก่อนที่คุณจะรับการผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ จุดประสงค์ของผมขณะนี้ก็คือ อยากทราบรายละเอียดแน่นอนเสียก่อน ผมจึงจะแนะนำคุณได้ ทีนี้ลองมาคุยกันเรื่องท้องผูก ซึ่งผมคิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของคุณก็คือ เรื่องท้องผูกนี่แหละคุณเป็นคนถ่ายลำบากหรือท้องผูกมาแต่เด็ก และท้องผูกแบบนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาไปถึงเรื่องเจ็บป่วยอื่นๆ ด้วย ที่บอกว่าถ่ายแล้วแสบก้นมาก แสดงว่าอุจจาระของคุณแข็งอย่างเหลือเกิน จนกระทั่งอาจจะเป็นเหตุให้คุณถ่ายเป็นเลือดอยู่ในขณะนี้ก็เป็นได้ และถ้าหากคุณชอบกินยาถ่ายเป็นประจำอยู่ด้วย โรคท้องผูกคงไม่มีวันหาย เพราะยาถ่ายจะทำให้น้ำในลำไส้ของคุณแห้ง กากอาหารหรืออุจจาระก็จะพลอยแห้งตามไปด้วย อุจจาระจึงแข็งตลอดกาล ถ่ายเมื่อไหร่ก็จะเกิดอาการเจ็บก้อนหรือแสบก้นอย่างที่คุณว่า นายแพทย์ลีออน ไชเทา จากลอนดอน และแพททริค โดโนแวน จากซีแอตเติ้ล ได้ายงานว่าโรคท้องผูกเป็นผลทำให้ท็อกซินหรือพิษมีในร่างกายมากขึ้น และจะทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดหัวเป็นประจำ เป็นโรคผิวหนังได้ง่าย และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้ระบบภูมิชีวิตหรือ IMMUNE SYSTEM ต่ำ เกิดโรคอื่นๆ ซึ่งมีสาเหตุเกี่ยวกับภูมิชีวิต เช่น รูมาตอยด์ อาไทรทิส แผลในกระเพาะ - ลำไส้ ลูปัส ทั้งยังทำให้มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมองด้วย เอาละครับ เรื่องโรคอื่นๆ และโรคต่างๆ อันเนื่องมาจากท้องผูกนั้นมีอีกเยอะ เอาไว้ให้ผมเขียนเรื่องรายละเอียดเกี่ยวแก่ท้องผูกเป็นบทความต่างหากจะดีกว่า พูดถึงโรคท้องผูกเพียงแค่นี้ก็กลัวว่าคุณม.ส. จะวิตกมากจนท้องผูกถึงขนาดถ่ายไม่ออกเป็นเดือนๆ เสียก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าเรามาคุยกันสั้นๆ ก่อนว่าจะแก้ท้องผูกได้อย่างไรก่อนดีไหม สาเหตุสำคัญและสาเหตุแรกของท้องผูก ก็คือ อาหาร อาหารที่จะช่วยให้การถ่ายเป็นไปตามปกติคือ อาหารที่มีกาก ขอแยกอาหารที่มีกากออกเป็น กลุ่มแป้ง ผัก โปรตีน และไขมัน คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งที่มีกากนั้น ข้าวกล้อง ข้าวแดง ของเรานั่นแหละครับมีกากที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ถ้าชอบกินอาหารแบบฝรั่งหน่อยๆ ก็ใช้ขนมปังโฮลวีทปิ้งก็จะดีที่สุด ดร.แพททริค โดโนแวน จากซีแอตเติ้ล และนายแพทย์เจมส์ บราลี จากฟอร์ท ลอเดอเดล ฟลอริดา มีความเห็นพ้องต้องกันว่า อาหารประเภทแป้งซึ่งขัดขาวอย่างเช่น ขนมปังขาว แป้งขาว นั้นเป็นอาหารที่มีคุณภาพเลวต่อระบบย่อยและระบบขับถ่าย น.พ.บราลี ได้แนะนำยาแก้ท้องผูกง่ายๆ สำหรับผู้ที่กินแป้งขาวเป็นประจำให้ลองกินรำข้าวสาลี (BRAN) ดู ปรากฎว่าคนไข้หลายร้อยคนที่มารับการรักษาหายจากโรคท้องผูกได้อย่างน่าอัศจรรย์ สำหรับคนไทยเรา รำข้าวสาลีอาจจะหายาก แต่ผมรับรองว่า รำข้าวของไทยเรามีคุณภาพดีพอๆ กัน หรืออาจจะดีกว่ารำข้าวสาลีด้วยซ้ำ คุณที่กินข้าวซ้อมมือ หรือข้าวแดงอยู่แล้ว ไม่ต้องเติมรำข้าวก็ได้ แต่ถ้ามีจมูกข้าว และงาป่นเอามาโรยในข้าวได้ก็จะวิเศษสุด ได้ประโยชน์กว่าหลายเท่า ส่วนผักที่มีกาก นั้นของไทยเรามีหลายชนิด เช่น ผักตำลึง ผักบุ้ง คะน้า หัวปลี ยอดผักหรือยอดใบไม้ต่างๆ มีกากอย่างดีแทบทั้งสิ้น ที่กากดีอีกอย่างหนึ่งคือ ผักประเภทถั่ว BEAN เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา เป็นต้น ภาษาไทยเราถั่ว BEAN กับ NUT เรามักจะเรียกรวมกัน เช่น ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ พวกนี้เป็น NUT แต่ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตาเป็นฝัก ประเภท BEAN สำหรับโปรตีนนั้น ถ้าเป็นโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ เหล่านี้มีกากมากทั้งนั้น เหล่านี้เป็นกากประเภท FIBER ซึ่งหมายถึง กากใย และเรายังมีกากประเภทหล่อลื่น เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เผือก ฟักทอง ซึ่งจะช่วยให้อาหารกากใย คือ พวกผัก-ผลไม้ต่างๆ ได้ขับถ่ายโดยมีหล่อลื่นจากมันเผือก ฟักทอง ช่วยให้การขับถ่ายสะดวกดีขึ้น ส่วนไขมันที่ใช้ทำอาหารใช้น้ำมันประเภทไขมันไม่อิ่มตัวเช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันงา จะดีกว่า น้ำมันจากสัตว์ ฉะนั้นการแก้ด้วยการใช้อาหารที่มีกากแก้อาการท้องผูก จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ขอให้เริ่มต้นเป็นขั้นๆ ดังนี้
เลิก อาหารประเภทแป้งขาว และของหวาน
เลิกกินยาระบาย
ใช้อาหารประเภทกากตามระบุข้างบน
เติมนมเปรี้ยวเข้าไปในอาหารด้วย
ดื่มน้ำ 4-6 แก้วทุกวัน
อย่าเครียด แก้ปัญหาเรื่องที่ทำให้เครียดให้ได้
ดื่มน้ำคั้นจากผัก ผลไม้ (ตามสูตร น.พ. บราลี) เช่น น้ำแครอท น้ำเซเลอรี่ น้ำแอปเปิ้ล สลับกันวันละแก้ว
เอาสูตรง่ายๆ อย่างนี้ก่อนนะครับ และตอนเริ่มต้นรายการขอให้ทำเป็นอาหารอ่อนๆ ก่อน เช่น ข้าวต้ม แกงจืด (จับฉ่าย) ซุป เป็นต้น ยาที่ถามมานั้น ตัวแรกเป็นยาปฎิชีวนะ และตัวที่สองเป็นยาแก้ติดเชื้อในระบบย่อย ยาปฎิชีวนะนั้น คุณคงทราบแล้วว่าเป็นยาแก้อักเสบ และป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเมื่อรับ ประทานเข้าไปไม่เพียงแต่จะไปฆ่าเชื้อในช่องท้องเท่านั้น แต่ยังฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเราด้วย ส่วนยาแก้ติดเชื้ออีกตัวหนึ่งนั้น แพทย์คงจะใช้เป็นการสำทับว่า ถ้าหากมีเชื้ออื่นๆ หลงเหลืออยู่หลังจากใช้ยาปฎิชีวนะแล้ว ก็จะได้ช่วยปราบให้ราบเรียบไป ยาสองตัวนี้นั้นถึงแม้ว่าอาจจะฆ่าเชื้อได้หมด มันก็คงทำให้ระบบย่อยและระบบขับถ่ายของคุณปั่นป่วนไปพักหนึ่งแหละครับ เมื่อหมดยาแล้ว ลองเริ่มต้นแก้ด้วยวิธีกินอาหารที่ถูกต้องดังที่แนะนำข้างต้นดูก่อนจะดีไหมครับ ได้ผลเป็นอย่างไร ช่วยเขียนมาเล่าสู่กันฟังด้วย และอย่าลืมแจ้งชื่อ และที่อยู่มาด้วยครับ อ้อ เกือบลืมไป เรื่องผิวแห้งนั้น ไม่ใช่เพราะยาหรอกครับ แต่เพราะโรคท้องผูกของคุณที่เป็นมานานมากกว่า




ติดต่อwebmaster     Email : webmaster@krabong.com