|
YOU ARE WHAT YOU EAT
คุณแน่ใจเหรอว่ารู้จัก
อาหาร ดีแล้ว?
ใช่ คุณกินอาหารอยู่ทุกวัน
แต่ถ้าคุณแค่รู้จักอาหารในฐานะ Food อย่าง หมูหัน เป็ดปักกิ่ง ข้าวมันไก่
เท่านั้น ก็นับว่าความรู้เรื่องอาหารของคุณยังน้อยมากนะ
ข้าว ปลา หมูเห็ดเป็ดไก่
คืออาหาร (Food) ต่อเมื่อมันยังไม่ถูกส่งเข้าปากเรา แต่พอคุณกินเข้าไปแล้ว
อาหารเหล่านี้จะถูกกระบวนการย่อย เปลี่ยนสภาพของอาหารตั้งแต่อยู่ในปากและเคลื่อนจากปากสู่กระเพาะ
จากกระเพาะสู่ลำไส้เล็ก ที่ลำไส้เล็กนี่เองที่อาหารจะเปลี่ยนสภาพจากอาหาร
(Food) เป็น Nutrient อย่างสมบูรณ์
แล้วก็อาหารในฐานะ
Nutrient หรือ สารอาหาร นี่แหละ ที่มีหน้าที่บำรุงเลี้ยงร่างกาย
ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และเป็นยารักษาโรคด้วย
ประโยชน์ของอาหารตรงนี้เองที่ตรงตามที่
ฮิปโปเครติส บิดาของวงการแพทย์กล่าวไว้เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้วว่า
เจ้ากินอะไรเข้าไป
เจ้าก็เป็นอย่างนั้น You are what you eat
ถ้าเรากินสิ่งที่ดีมีประโยชน์เข้าไป
ร่างกายของเราก็ดีตาม
ถ้ากินของเน่า
(แต่อร่อย) ร่างกายก็เน่า (เจ็บป่วย) ตามไปด้วย
เพราะอาหารที่ไม่ดี (ซึ่งชีวจิตแนะนำให้งด) เมื่อเข้าสู่ร่างกายปริมาณมากๆเกินพอดี
ก็จะกลายสภาพเป็น ท็อกซิน - Toxin ในที่สุดทีนี้เมื่อท็อกซินหรือสารพิษสะสมในร่างกายนานๆเข้า
ก็จะขัดขวางการทำงานของ ภูมิชีวิต และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆนั่นเอ
เหมือนอย่างที่คนสมัยนี้ใช้ ลิ้น เป็นเครื่องตัดสินคุณค่าของอาหาร
คำนึงถึงแต่ความอร่อยมากเกินไป ลืมนึกถึงคุณประโยชน์หรือโทษจากอาหาร
จะพบว่าเราต้องเจ็บป่วยกันด้วยโรคที่เกิดจากการกินอาหารผิดสัดส่วนเพิ่มขึ้นทุกที
เห็นชัดๆก็อย่างเช่น
- กินแป้ง
น้ำตาล มากเกินไป เป็นเบาหวาน
- กินเค็มเกินไป
เป็นโรคไต
- กินไขมันมากเกินไป
เป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือด
คราวนี้คุณพอจะรู้จัก
อาหาร ที่กินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันได้กระจ่างขึ้นบ้างหรือยังล่ะ
อาหารชีวจิตเป็นแนวทางการรับประทานอาหารที่
ดร.สาทิส อินทรกำแหง ศึกษาและปรับปรุงจากหลักการของแมคโครไบโอติกส์
ให้เหมาะสมกับสภาพวิถีชีวิตของคนไทยและเมืองไทยและให้ง่ายต่อการจัดหา
ปรุง และรับประทาน
กล่าวโดยรวมๆ
อาหารชีวจิต คือ อาหารชั้นเดียว หมายถึง เป็นอาหารที่คงสภาพตามธรรมชาติเดิมไว้มากที่สุด
ไม่ต้องผ่านการปรุงแต่งมากมาย และคงรสชาติเดิมๆของอาหารไว้มากที่สุด
เช่นว่า
ข้าว ก็เพียงแค่กระเทาะเปลือกออกกลายเป็นข้าวกล้อง
ไม่ต้องขัดสีจนขาวจั๊วะ
ทั้งนี้ อาหารชีวจิตไม่เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อหรือบาปบุญคุณโทษ
แต่เป็นการนำความรู้ทางโภชนาการขั้นสูงมาพิจารณาอาหารต่างๆ แล้วเลือกสรรเฉพาะอาหารที่ให้คุณค่าแก่ร่างกายและจิตใจมากที่สุด
ที่สำคัญเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดสารพิษ "ท็อกซิน - Toxin"
ตกค้างน้อยที่สุด
อาหารที่ชีวจิตแนะนำให้
"งด"
ถ้าคุณยังนึกภาพเมนูอาหารชีวจิตไม่ได้
ลองดูที่ ครัวชีวจิต หรือตำราอาหารชีวจิต
ในหมู่ชาวชีวจิตเราพูดกันเสมอว่า
การทำอาหารให้อร่อยนั้น ไม่ได้ยากเกินไป เพียงแต่ต้องใช้ฝีมือ ใช้ความรัก
และความสนใจของแต่ละคน เรียกว่า "ทำและกินด้วยความรักและนับถือ"
ความรักนั้นคือ
ความรักอาหาร และรักในการทำอาหาร มีความสนุกและเพลิดเพลินในการทำและกิน
ส่วนความนับถือนั้น
เราต้องนับถือว่า อาหารนี้แหละคือสิ่งที่ให้ชีวิตแก่เรา และจะกลายเป็นเลือดเป็นเนื้อของเราเอง
เราเป็นหนี้บุญคุณของอาหาร
สูตรสัดส่วนอาหารชีวจิต
- อาหารประเภทแป้งซึ่งไม่ขัดขาว
เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ถ้าเป็นข้าวโพด จะเป็นข้าวโพดทั้งเมล็ดหรือทั้งฝัก
และถ้าเป็นแป้งขนมปัง ก็เป็นขนมปังโฮลวีท และถ้าจะให้เป็นแป้งกลุ่มคอมเพล็กซ์
คาร์โบไฮเดรต คือเป็นแป้งหลายชั้นซึ่งมีโปรตีนปนอยู่ด้วย ก็ควรเติมมันเทศ
มันฝรั่ง เผือก ฟักทองลงไป
กลุ่มนี้ รับประทาน 50% หรือครึ่งหนึ่งของแต่ละมื้อ
- ผัก
ใช้ทั้งผักดิบและผักปรุงสุกอย่างละครึ่ง
ผักถ้าปลูกเอง ไม่ใช้สารเคมีจะดีที่สุด แต่ถ้าต้องซื้อจากตลาด ต้องเลือกผักที่ปลอดสาร
ล้างผ่านน้ำ และแช่น้ำด่างทับทิมหรือแช่น้ำส้มสายชูเจือจางสัก 1-2
ชั่วโมง ก็จะช่วยล้างสารพิษได้ด้วย
รับประทานผักหนึ่งในสี่หรือ 25% ของปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อ
- ถั่วต่างๆ
อยู่ในประเภทโปรตีน
เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้
โปรตีนเกษตร
รับประทาน 15% ของแต่ละมื้อ
นอกจากนี้ จะใช้โปรตีนจากสัตว์เป็นครั้งคราว คือ ไข่ ปลา และอาหารทะเล
สัปดาห์ละ 1-2 มื้อ
- เบ็ดเตล็ด
ประเภทแกงก็เป็น แกงจืด แกงเลียง
ประเภทซุป ก็เป็นมิโซ่ซุป (มิโซ่ = เต้าเจี้ยวญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง)
ประเภทของขบเคี้ยว งาสดและงาคั่ว ใช้โปรอาหารต่างๆได้ทุกอย่าง ถั่วคั่ว
เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม เมล็ดดอกทานตะวัน
ผลไม้สด ต้องเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง มะละกอห่าม มะม่วงดิบ
พุทรา
รับประทาน 10% ของแต่ละมื้อ
|