|
คุณรู้ไหม การกินอาหารผิดๆ
อากาศเป็นพิษที่เราหายใจเข้าไป เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ตลอดจนความเครียด
รวมทั้งปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายของเราซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา ล้วนแต่ทำให้เกิด
ท็อกซิน (TOXIN) ขึ้นในตัวเราทั้งนั้น
ท็อกซิน (Toxin)
คือ พิษ
เมื่อท็อกซินสะสมอยู่ในตัวเรามากๆเข้า
ก็จะทำลายระบบภูมิชีวิต จนอาจทำให้เราเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆขึ้นได้
อาการต่างๆ
เช่น ลิ้นเป็นฝ้า ตาขุ่น ปากแห้ง จมูกแห้ง ตัวร้อน หน้าตาไม่สดใส ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว
คอ หลัง ไหล่ นอนไม่หลับ ฯลฯ คือสัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังมีท็อกซินสะสมอยู่มาก
ถึงคราวต้องกำจัดท็อกซินเหล่านี้ออกเสียก่อนที่มันจะทำลายสุขภาพของคุณมากไปกว่านี้
วิธีกำจัดท็อกซินเรียกว่า ดีท็อกซิฟิเคชั่น (DETOXIFICATION) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า
ดีท็อกซ์
คุณอาจเคยได้ยินว่า
ดีท็อกซ์ คือ การสวนทวาร
ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ
แท้จริงวิธีที่จะดีท็อกซ์หรือกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย
มีอยู่ด้วยกัน 5 วิธี
- การสวนทวาร
- การอบไอน้ำ
อบซาวน่า
- การออกกำลัง
กายบริหาร และการนวด
- การใช้ยา
- สมุนไพร และเอนไซม์
- การถ่ายเลือด
(วิธีนี้ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น)
ถ้าคิดจะกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย
ควรทำหลายๆวิธีรวมกันค่ะถึงจะสามารถกำจัดพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่สำคัญเมื่อขับท็อกซินออกไปแล้ว ต้องพยายามควบคุมท็อกซินที่จะเกิดขึ้นใหม่ให้น้อยที่สุด
ด้วยการกินอาหารที่ดี (ตามสูตรชีวจิต) และไม่สะสมความเครียดค่ะ
สวนทวารล้างพิษคืออะไร
การสวนทวาร
หรือที่มักเรียกติดปากแบบย่อๆว่า "ดีท็อกซ์" เป็นวิธีกำจัดท็อกซินออกจากร่างกายวิธีหนึ่ง
โดยเฉพาะท็อกซินที่คั่งค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่
ไม่ใช่ทำเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของโรค
หรือเพื่อแก้อาการท้องผูก แต่อย่างใด การถ่ายอุจจาระออกมาด้วยถือว่าเป็นผลพลอยได้เท่านั้นค่ะ
บางคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า ฉันถ่ายอุจจาระทุกวันโดยไม่ท้องผูก คงไม่มีท็อกซิน
และไม่จำเป็นต้องทำดีท็อกซ์ ความจริงแล้วในลำไส้ของเราจะมีลักษณะเป็นขดซ้อนทับเป็นซอกหลืบ
ลักษณะอย่างนี้เองทำให้เกิดการสะสมของของเสียในลำไส้ใหญ่ แม้ถ่ายอุจจาระทุกวันก็ไม่สามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปได้หมด
แต่การสวนล้างทวารช่วยได้ค่ะ
การทำดีท็อกซ์ต้องใช้น้ำสำหรับสวนเข้าทางทวารหนัก
น้ำสำหรับดีท็อกซ์มีหลายสูตร คือ
- สูตรน้ำกาแฟ
ของนายแพทย์แมกซ์ เกอร์สัน
ใช้กาแฟผงบริสุทธิ์ (ชนิดไม่ปรุงแต่ง) 2 ช้อนโต๊ะ ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด
แล้วกรองเอาผงออกทิ้งให้น้ำอุ่น แล้วจึงนำมาสวนท้อง กาแฟไม่ควรใช้กาแฟสำเร็จรูป
เพราะจะมีส่วนผสมของเนยมากเกินไป สามารถหาซื้อกา แฟได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ
เช่น ฟู้ดแลนด์ ฟูจิ, ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต อาจใช้ยี่ห้อตุงฮู อโรมา
ซูซูกิ (ชนิดพรีเดียม) หรือตามร้านขายอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วๆ
ไป
- สูตรน้ำส้มมะขาม
(มะขามเปียก)
ใช้ส้มมะขาม 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด แล้วกรองเอาแต่น้ำ
- สูตรน้ำมะนาว
ใช้มะนาว 3-4 ลูกคั้นน้ำ ผสมน้ำอุ่น 1 ลิตร
- สูตรน้ำอุ่นเปล่าๆ
ใช้น้ำอุ่นประมาณ 1.5 ลิตร
สูตรน้ำดีท็อกซ์ที่นิยมกันมากที่สุดคือ
สูตรน้ำกาแฟ เพราะในกาแฟมี "คาเฟอีน" ที่ช่วยในการกระตุ้นให้ท็อกซินถูกขับมาตามเครือข่ายเส้นเลือดดำ
ซึ่งเชื่อมโยงต่อเนื่องตั้งแต่ตับ กระเพาะ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ลำไส้เล็ก
จนถึงลำไส้ใหญ่
หมายเหตุ :
ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต โรคปอด โรคลมบ้าหมู (ลมชัก) ตกเลือด และ ท้องเสียอย่างรุนแรง
ไม่ควรอบสมุนไพร (ซาวน่า) ล้างพิษ
วิธีสวนทวารล้างพิษ
- นำน้ำกาแฟ
ที่อุ่นพอดีกับอุณหภูมิร่างกายของเรา (หรือน้ำดีท็อกซ์สูตรอื่นๆ)
ใส่ถุง หรือหม้อสำหรับสวน โดยปิดวาวส์ที่ปลายท่อก่อนใส่น้ำกาแฟ
- แขวนถุงดีท็อกซ์ไว้ด้านปลายเท้าให้สูงจากพื้นประมาณ
120 ซม. (ถ้าแขวนสูงเกินไปความดันน้ำจะมากทำให้น้ำไหลเร็ว อาจกลั้นไม่อยู่
ถ้าแขวนต่ำเกินไปน้ำจะไหลช้า)
- เปิดวาวส์เพื่อไล่อากาศออกจากสายยาง
โดยให้น้ำกาแฟไหลผ่านท่อเล็กน้อย แล้วปิดวาวส์ หลังจากนั้นให้ทาวาสลีนที่ปลายท่อประมาณ
2 นิ้ว
- นอนตะแคงขวา
(สะโพกด้านขวาลงพื้น) เหยียดขาขวาตรง ขาซ้ายก่ายบนขาขวาเหมือนท่ากอดหมอนข้าง
- สอดปลายท่อที่ทาวาสลีน
(หรือน้ำสบู่เหลว) เรียบร้อยแล้วเข้าทางทวารหนัก ลึกประมาณ 2 นิ้ว
เปิดวาวส์ให้น้ำกาแฟเข้าจนหมด แล้วดึงท่อออกจากทวารหนัก
- ให้นอนหงาย
เหยียดขาตรง ใช้มือนวดท้องวนจากขวาไปซ้าย (เหนือบริเวณสะดือใต้ชายโครง)
อั้นให้ได้นานประมาณ 5-10 นาที แล้วลุกขึ้นถ่าย ขณะถ่ายไม่ต้องเบ่ง
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการทำดีท็อกซ์
หลังทำดีท็อกซ์ด้วยการสวนทวาร
คุณจะรู้สึกโล่งโปร่งเบาสบายตัว แต่หากคุณมีอาการในทางตรงข้าม แสดงว่าร่างกายอาจไม่เหมาะกับการดีท็อกซ์วิธีนี้
ควรหยุดทำค่ะ
สำหรับคุณๆที่ประสบความสำเร็จอย่างดีในการทำดีท็อกซ์
ขอแนะนำให้ทำต่อเนื่องสัก 3 หรือ 5 วัน (วันละครั้ง) เพื่อล้างพิษออกให้หมด
หลังจากนั้นอาจทำเมื่อมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัวตามข้อ
ลิ้นเป็นฝ้า ก็สามารถสวนทวารล้างพิษได้อีก
อย่างไรก็ตาม
ไม่ควรทำดีท็อกซ์บ่อยเกินไป ประเภทว่าทำทุกวัน หรือทุกสัปดาห์ เพราะจะทำให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้ใหญ่ของเราพลอยถูกทำลายด้วย
แถมยังอาจมีผลให้ระบบขับถ่ายผิดปกติไป
เวลาที่เหมาะสมในการทำดีท็อกซ์คือ
ตอนเช้าหลังจากเข้าห้องน้ำถ่ายเรียบร้อยแล้ว ก่อน อาหารเช้า จะทำให้กลั้นได้ดีและล้างลำไส้ได้สะอาด
สบายตัว หากไม่สะดวกอาจทำช่วงสายหรือบ่ายหลังจากกินอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง
ไม่แนะนำให้ทำก่อนนอน เพราะจะทำให้ตื่นขึ้นมาหิวเวลากลางคืน และทำให้นอนไม่หลับ
ข้อควรระวัง
:
- ก่อนจะสวนทวารต้องปล่อยน้ำออกจากสายยางเพื่อไล่ลมก่อน
มิเช่นนั้นจะเกิดลมในช่องท้อง ทำให้อึดอัด และในกรณีคนที่ไม่กินกาแฟ
อาจเกิดอาการคลื่นไส้ เวียนหัวได้
- คนที่ผ่าตัดไส้ติ่ง
ให้ใช้น้ำสวนท้องแค่ 800-1,000 ซี.ซี.
- คนที่ผ่าตัดลำไส้ใหญ่
จะมากหรือน้อย โดยเฉพาะผู้ตัดลำไส้ใหญ่และทำรูถ่ายหน้าท้อง ไม่แนะนำให้ทำดีท็อกซ์
- คนที่เป็นริดสีดวงทวาร
ต้องใช้เจลทาที่ทวารหนักและปลายสายยางให้มากกว่าปกติ และ
- หากมีบาดแผลที่ทวารหนักไม่ควรทำดีท็อกซ์
|