|
จม. จากคุณนุช (พรรณเพ็ญ)
1. ถ้าสนใจจะปฏิบัติตามแบบชีวจิตจะต้องทำอย่างไรบ้าง หมายถึงว่า ไปร่วมอยู่ปฏิบัติ
กับคนอื่น ๆ อย่างจริงจัง อย่าตอบว่าอ่านตามตำราของอาจารย์แล้วทำเองนะคะ
เพราะคงไม่มีความอดทนและวินัยเพียงพอ หนูเองมักจะท้องผูกทั้ง ๆ ที่กินผักผลไม้
มากกว่าเนื้อสัตว์สี่ขา (90:10) อาจเป็นเพราะความเครียดที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า
กลัวว่านาน ๆ ไปจะเกิดโรคอื่น ๆ ขึ้นมา
2. เราคนไทยจะป้องกันพิษภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากพวกพืชผักผลไม้ได้อย่างไร
ล้างน้ำ อย่างเดียวพอหรือไม่ เท่าที่ฟังจากนักวิชาการที่ใกล้ชิดจากการทำงานของหนู
เขาบอกว่ามันมีสารตกค้างเยอะเหมือนกัน
นุช (พรรณเพ็ญ)
ตอบ จม.ของคุณเขียนมายาวน่าอ่านมาก
ต้องขออนุญาตตัดตอนเอาแต่ที่เป็น คำถามล้วน ๆลงก่อน ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจและบอกว่าติดตามผลงานของผมมานานแล้ว
1. เรื่องการปฏิบัติตัวแบบชีวจิต ถ้าอยากจะเข้ากลุ่ม เข้ามีกลุ่มซึ่งทำกิจกรรมกันเป็น
กลุ่มเล็ก ๆ เป็นการออกกำลังกาย เช่น ที่สวนลุมพินี หมู่บ้านปัญญา
และที่สมุทรปราการ หรือติดตามการสัมมนาที่ทางชมรมจัดเป็นครั้งคราว
ส่วนเรื่องคอร์สที่เราจะจัดขึ้นบางครั้งบางคราวนั้น
ผมมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ผมก็จะจัดขึ้นเอง ส่วนมากก็จะเป็นการจัดแบบกันเอง
อย่างเช่นปลายเดือนพฤศจิกายน เราก็จะจัดอีกครั้งหนึ่ง คือ สปาร์ตันแคมพ์
แต่จะเป็นการเข้าค่ายที่โหดมากนะครับ ต้องตื่นแต่ตีสี่แล้ววิ่งไป-กลับ
6 กิโลเมตร วันสุดท้ายต้องวิ่งขึ้นเขาไป-กลับ 20 กิโลเมตร ต้องนอนเต็นท์
อาบน้ำเย็น ถ้าคุณนุชคิดว่าทนชีวิตโหด ๆ ก็เชิญสมัครได้เลยครับ แต่ขอร้องให้รีบสมัครเพราะคนจวนเต็มแล้ว
สมัครโดยส่งแฟกซ์ 570-8273 ก็ได้ครับ สำหรับเรื่องท้องผูกนั้น ว่ากันทีจริงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกคนในเมืองหลวงและ
เมืองใหญ่ ๆ สาเหตุก็เพราะคนในเมืองใหญ่ ๆ เหล่านี้มักกินผิด ๆ และใช้ชีวิตประจำวัน
ในลักษณะรีบร้อน สับสน ทำให้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันผิด และเครียดด้วย
ด้านสภาพของร่างกายก็มีส่วนสำคัญอยู่มากนะครับ
คุณนุชลองสังเกตดูสักนิดว่า อาหารที่คุณนุชกินนั้นมันมีกากหรือเส้นใยพอเพียงหรือเปล่า
และคุณนุชดื่มน้ำ พอเพียงสักขนาดวันละ 4 แก้วได้เปล่า นอกไปจากนั้นถ้าเครียดหรือกังวลกับสิ่งใด
ๆ มาก ก็ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ บางคนคิดว่าจะต้องถ่ายทุกวัน พอตัวเองไม่ถ่าย
ก็เกิดเป็นทุกข์ขึ้นมา ต้องกินยาถ่ายหรือยาระบายประจำ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ผิดมาก
ๆ จนกระทั่งว่าจะกลายเป็นเจ็บป่วยมาก ๆ สักวันหนึ่งได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นอย่ากินยาถ่ายเป็นประจำเป็นอันขาด
ระบบย่อยของคนเราไม่เหมือนกัน
บางคนย่อยช้า ก็อาจจะถ่าย 2 วันครั้งก็ไม่เป็นไร ถ้าการถ่ายนั้นเป็นไปตามปรกติ
อุจจาระไม่ได้เป็นก้อนแข็ง หรือบางคนระบบย่อยทำงานดีย่อยได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งขึ้นอยู่กับอาหารที่กินด้วย ถ้าคุณชอบกินผักใบอ่อน เช่น ผักกาดหอม
ผักกาดแก้ว และผลไม้มาก กินข้าวมากอย่างนี้คุณก็อาจจถ่ายวันละ 2-3
ครั้งได้ ชาวหรรษาที่อายุยืนกว่า 100 ปี นั้นถ่ายวันละ 2-3 ครั้ง เป็นประจำ
และเขาชอบกินผักผลไม้มาก
คำถามอีกข้อหนึ่งของคุณนุชก็คือ
คุณนุชออกกำลังกายเป็นประจำหรือเปล่า ถ้าเผื่อไม่ออกกำลังกายเลย นั่งอยุ่ในออฟฟิศเป็นประจำ
กินอาหารถุง หรืออาหารแดกด่วนทุกวัน แถมยังเครียดด้วย ท้องก็ผูกแหง
ๆ และก็เป็นอาการซึ่งควรจะแก้ไขด่วนเลยนะครับ
อ้อ อีกคำถามหนึ่งครับ
คุณนุชกินยาประเภทฮอร์โมน (เช่นยาคุม) ยาประเภทสเตียรอยด์ หรือยาแก้ปวดเป็นประจำหรือเปล่า
ยาเหล่านี้ทำให้ท้องผูกได้เหมือนกัน
ที่สำคัญที่สุดคือ
ไม่ใช้ท้องผูกอย่างเดียวแต่ถ่ายออกมาเป็นเลือด หรือเวลาถ่ายปวดท้องเป็นประจำ
อย่างนี้อย่าปล่อยไว้นะครับ รีบหาหมอตรวจให้ละเอียดสักทีเถอะ
ทีนี้พูดถึงเรื่องวิธีแก้ทั่ว
ๆ ไป ขอเริ่มด้วยการกินก่อน ขอให้ใช้อาหารสูตรชีวจิตนะครับ (ได้บอกสูตรไว้ในตอนที่
3 แล้ว) สูตรอาหารชีวจิตเป็นสูตรที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์สำหรับคนไทยทั่วไป
คือเรากินข้าวซ้อมมือหรือข้าวแดงเป็นหลัก มีผักสดและผักสุก และมีโปรตีนจากพืช
เช่น ถั่วต่าง ๆ ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง และมีกลุ่มเบ็ดเตล็ด
ซึ่งทั้งหมดมีอาหารครบหมู่ มีกากใยมาก และมีวิตามินและแร่ธาตุครบ
แต่ถ้าคุณต้องการกากใยมากเป็นพิเศษ
ก็ใช้ผักพวก ผักบุ้ง คะน้า บล็อกเคอรี่ กะหล่ำปลี หัวปลี ผักตำลึงมาก
ๆ พวกนี้มีกากใยมาก
และควรจะเพิ่มพวกกากที่ช่วยหล่อลื่น
เช่น มันต่าง ๆ มันฝรั่ง มันเทศ เผือก และกล้วยน้ำหว้า ได้ทั้งนั้นครับข้อสำคัญเวลาคุณกิน
ต้องเคี้ยวช้า ๆ นะครับ อย่ารีบกิน เคี้ยวอาหารสักคำละ 30 ครั้งจะดีที่สุด
อาหารย่อยได้ละเอียด และกินอาหารได้รสอร่อยเต็มที่ด้วย
ควรจะเพิ่มจมูกข้าว
งาคั่วป่น รำข้าวคั่ว โรยไปในอาหารด้วย และถ้าอาจจะขาดวิตามินบางตัว
ก็กินเป็นอาหารเสริมคือ วิตามินปี 1, บี 6, บี 12 อย่างละเม็ดสัก 2
อาทิตย์ก็พอครับ และอย่าเครียด อย่าลืมเรื่องออกกำลังกายเป็นประจำด้วยนะครับ
ลองงดของหวานจัด
ๆ เช่น น้ำอัดลม ไอศกรีม ขนมเค้กต่าง ๆ เสียสักพัก ระบบประสาทคุณจะดีขึ้น
หายปวดหัว หายเครียด และช่วยไม่ให้ท้องผูกด้วย
2. เรื่องสารพิษที่เกิดในพืชผักและอาหารนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ
และเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการเงินการลงทุนก้อนใหญ่มหาศาลเหลือประมาณ
เงินก้อนใหญ่ จนกลายเป็นเรื่องการเมือง และเรื่องคอรัปชั่นระดับชาติ
เพราะฉะนั้น การที่คนตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะไปแก้ปัญหาเรื่องปุ๋ยเคมี
เรื่องสารพิษคงเป็นเรื่องยากอย่างเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเราเองก็คงจะแก้ให้ตัวเราเองด้วยการผ่อนหนักเป็นเบาได้
อย่างเช่นการล้างผักหลาย ๆ ครั้ง ล้างด้วยน้ำพอจะช่วยได้บ้าง แต่สารพิษก็ออกไม่หมดหรอกครับ
ล้างด้วยน้ำโซดาช่วยได้บ้าง และใช้น้ำยาล้างผักที่เขาขายก็ช่วยได้บ้างเหมือนกัน
แต่จะให้สารพิษหมดไปเลยคงเป็นไปไม่ได้ แต่คงผ่อนหนักเป็นเบาเท่านั้น
เรื่องสารพิษที่เกิดขึ้นจากปุ๋ยเคมี
จากยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชนั้น เป็นปัญหาใหญ่ ระดับชาติ ดังที่ผมพูดแล้ว
การแก้ไขจะต้องแก้จากระดับสูงสุด คือการเอาจริงเอาจังจากภาครัฐบาล
การปฏิบัติ และการตรวจตราอย่างเข้มงวด ของเจ้าหน้าที่ ต้องได้รับความร่วมมือจากพ่อค้า
และที่สำคัญที่สุด ต้องได้รับความร่วมมือ หรือเรียกร้องอย่างจริงจัง
จากประชาชนผู้บริโภคด้วย
คุณนุชกับผมก็เป็นประชาชนเหมือนกัน
เรามาช่วยกันร่วมมืออย่างจริงจังก่อนดีไหมครับ ทางแก้อีกทางหนึ่งก็คือปลูกผักกินเอง
หาที่แปลงเล็กขนาด 1*2 เมตร หว่านเมล็ดผักบุ้งจีน ไว้สักพัก ผักบุ้งขึ้นแล้วก็ตัดกินได้ตลอดปี
หรือถ้าไม่มีที่ก็เอาผักข้างรั้วก็ได้ครับ ผักตำลึงก็ปลูกได้ ถั่วพู
ถั่วฝักยาว ก็ปลูกข้างรั้วได้ทั้งนั้นแหละครับ
ขอให้คุณนุชมีสุขภาพดี
สบายกาย สบายใจ โล่งโถงไปหมด ตลอดหัวถึงเท้าเลยนะครับ
|